วันนี้ช่างหลิวเองก็ยืนกรานขึ้นมาเสียแล้ว
ต้องรู้ว่าเขาอุตส่าห์ไปขอให้ผู้ดูแลช่วยเย่เหล่าซานต่อรองจนได้เงื่อนไขที่ดีกว่าเดิมมา เขาไม่อยากยอมแพ้ไปเช่นนี้จริง ๆ
“ฮูหยินผู้เฒ่า กรมช่างหลวงของเรามีผลตอบแทนไม่น้อย อย่างไรก็ถือว่าเป็นงานที่ได้รับเบี้ยหวัดจากราชสำนัก เมื่อพูดออกไปก็มีหน้ามีตา มิใช่หรือ? หรือท่านไม่หวังให้บุตรชายมีอนาคตยิ่งขึ้นหรือ?”
ยายเย่ยังคงส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “ช่างหลิว ขอบคุณในความเมตตาของท่านมาก แต่ลูกสามของข้าเป็นคนซื่อทึ่ม ชอบศึกษาไม้เพียงอย่างเดียว เรื่องอื่นล้วนไม่เข้าใจ
“ข้าไม่ได้หวังให้ลูก ๆ มีความสำเร็จยิ่งใหญ่ ขอเพียงเลี้ยงดูครอบครัวได้ ใช้ชีวิตสงบสุขก็เพียงพอแล้ว”
“ฮูหยินผู้เฒ่า คำพูดของท่านก็ไม่ผิด
“แต่ท่านก็กล่าวแล้วว่าลูกสามชอบค้นคว้าเรื่องไม้ หากไปกรมช่างหลวงของเรา ก็ยิ่งเหมาะสมมิใช่หรือ?
“ที่นั่นเราอาจไม่มีอย่างอื่น แต่ไม้มีมากมายมิใช่หรือ?”
ช่างหลิวกล่าวถึงตรงนี้ก็พลันตบอกพลางเอ่ยว่า “เช่นนั้นเอาอย่างนี้ ขอเพียงเขายินดีไป ข้ารับรองว่าจะถ่ายทอดความสามารถทั้งหมดที่มีให้เขา
“ลูกสามมีฝีมือไม่น้อยก็จริง แต่ไม่เคยเป็นลูกมืออย่างเป็นกิจจะลักษณะ รากฐานจึงไม่มั่นคงตั้งแต่แรก
“ที่เขามีฝีมือเช่นทุกวันนี้ ล้วนเป็นเพราะตั้งใจค้นคว้าด้วยตนเอง
“ข้าเองก็เสียดายพรสวรรค์เช่นนี้ ท่านเห็นว่าอย่างไร?”
เฉิงฉ่างอันซึ่งยืนเงียบอยู่หน้าประตูมาตลอดได้ยินเช่นนี้ก็ถึงกับตะลึงงัน
