ฤดูหนาวในเมืองหลวงไม่หนาวเท่านอกด่าน ยิ่งยามนี้เป็นฤดูร้อน อีกไม่นานก็จะเข้าสู่ช่วงที่ร้อนที่สุดของปีแล้ว จึงหาได้ยากยิ่งที่จะซื้อรองเท้าบูตหนังหนาเช่นนี้
ฉินเฮ่อเซวียนพาชิงเทียนตระเวนร้านรองเท้าและหมวก โรงปัก รวมถึงร้านเครื่องหนังชื่อดังทั่วเมืองหลวงเกือบหมดแล้ว ทว่าท้ายที่สุดก็ยังไม่ได้อะไรกลับมา
เห็นได้ชัดว่าใกล้เที่ยงแล้ว เช้านี้ทั้งสองยังไม่ได้กินของว่าง ฉินเฮ่อเซวียนเริ่มหิวขึ้นมาบ้างแล้ว ไม่ต้องพูดถึงชิงเทียนเลย
เสียงท้องของนางร้องจ๊อก ๆ แม้แต่ฉินเฮ่อเซวียนก็ยังได้ยิน
ฉินเฮ่อเซวียนจึงพาชิงเทียนไปยังหอสุราของอาสะใภ้ใหญ่เย่ ตั้งใจว่ากินอาหารรองท้องก่อนแล้วค่อยหารือเรื่องอื่น
เสี่ยวเอ้อเห็นว่าผู้มาเยือนคือฉินเฮ่อเซวียนกับชิงเทียน ก็รีบออกมาต้อนรับ
“ข้าน้อยจะพาท่านทั้งสองขึ้นไปยังชั้นสามขอรับ ที่นั่นเงียบสงบ”
บัดนี้คนในหอสุราต่างรู้ฐานะของชิงเทียนแล้ว ท่าทีที่มีต่อนางเปลี่ยนจากสนิทสนมเป็นนอบน้อมอย่างเห็นได้ชัด ถึงขั้นยิ่งให้ความเคารพนางมากกว่าฉินเฮ่อเซวียนเสียอีก
ฉินเฮ่อเซวียนสั่งอาหารสองสามอย่างที่ชิงเทียนชอบ จากนั้นก็กล่าวว่า“เอาละ เจ้าไปบอกครัวหลังร้านให้ยกอาหารมาเถิด พวกเราขึ้นไปเองได้”
หลังจากเดินหาซื้อรองเท้าบูตหนังที่เหมาะสมมาตลอดทั้งเช้าแต่ไม่ได้อะไร ชิงเทียนก็ห่อเหี่ยวลงไม่น้อย
เมื่อนั่งลงบนชั้นบนแล้ว ฉินเฮ่อเซวียนก็เริ่มช่วยนางคิดหาทาง
“เช่นนั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ พวกเราซื้อรองเท้าบุนวมดี ๆ สักคู่ แล้วหาหนังผืนหนามาผืนหนึ่ง จากนั้นให้คนเร่งทำรองเท้าบูตหนังออกมาให้ได้ภายในคืนนี้”
