ชิงเทียนหันมาสนใจรุ่ยชินอ๋องในทันใด นางเบิกตากลมโต จ้องมองรุ่ยชินอ๋องไม่กะพริบแล้วถามว่า “ท่านพ่อไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
รุ่ยชินอ๋องก้าวเข้ามา อุ้มชิงเทียนไว้ในอ้อมแขน
เมื่อสัมผัสร่างน้อยนุ่มนิ่มหอมกรุ่นของบุตรสาว และรู้สึกถึงลมหายใจมีชีวิตชีวาที่แนบอยู่ในอ้อมแขน เขาจึงค่อยผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ร่างกายที่เกร็งเครียดมาตลอดก็คลายลงในที่สุด
“วางใจเถิด ในวังไม่มีเรื่องใดแล้ว ต้องขอบคุณชิงเทียนที่พบงานปักของท่านป้า...องค์หญิงใหญ่เข้า
“ทำให้ฝ่าบาทกับข้าเตรียมการได้ล่วงหน้า ท้ายที่สุดจึงสลายวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยไร้ร่องรอย”
กล่าวจบ รุ่ยชินอ๋องก็เงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดจึงมีเวลาหวาดหวั่นขึ้นมา
เขาอุ้มชิงเทียนไว้ ก่อนหย่อนกายนั่งลงข้างตั่ง
อาสะใภ้ใหญ่เย่เห็นดังนั้นก็รู้กาลเทศะ จึงค่อย ๆ ออกจากห้องไป
พระชายารุ่ยชินอ๋องก้าวเข้ามาหลายก้าว หยุดยืนตรงหน้าสองพ่อลูก แล้วยกมือลูบไหล่กับแผ่นหลังของรุ่ยชินอ๋องเบา ๆ เพื่อช่วยคลายอารมณ์
รุ่ยชินอ๋องโอบเอวพระชายารุ่ยชินอ๋องไว้ ทั้งสองขนาบชิงเทียนอยู่ตรงกลาง ครอบครัวสามคนอยู่ด้วยกันเงียบ ๆ เช่นนั้นเนิ่นนาน
“วันนี้อันตรายยิ่งนัก ท่านรู้หรือไม่ว่าองค์หญิงใหญ่ใจกล้าเพียงใด คนหลายพันที่อยู่นอกเมืองล้วนเป็นเหยื่อล่อที่นางส่งออกไป ก็เพื่อสร้างภาพว่ามีคนก่อกบฏบุกวัง แล้วทำให้เสด็จพี่มีรับสั่งปิดประตูวัง
“นางติดสินบนทหารองครักษ์ในวังไว้ไม่น้อย เตรียมฉวยโอกาสหลังปิดประตูวัง ก่อกบฏชิงบัลลังก์โดยตรง”
