ขณะที่รุ่ยชินอ๋องกำลังวุ่นวายกับการจัดวางกับดักในวัง เพื่อล่อองค์หญิงใหญ่ให้ติดกับ ในเมืองหลวงกลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นพร้อมกันในสถานที่ซึ่งมีชาวบ้านมาชุมนุมและพลุกพล่านถึงสิบกว่าจุด
เคราะห์ดีที่ฉินซงอิ้นจัดคนไว้ตามสถานที่เหล่านั้นแต่แรกแล้ว พอเกิดเรื่องก็ส่งคนเข้าไปจัดการได้ทันที
โชคดีที่ทุกแห่งจัดการได้ทันท่วงที จึงแทบไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตายหรือความเสียหายร้ายแรง
ถึงขั้นมีคนจุดไฟเสร็จแล้ว แต่เพราะฝูงชนหนาแน่นจึงหนีไม่ทัน ถูกชาวบ้านผู้มีน้ำใจที่อยู่รอบข้างจับกดตัวไว้ได้
แม้จะไม่ได้ก่อปัญหาร้ายแรง ทว่าความวุ่นวายที่คนเหล่านี้สร้างขึ้นในเมืองหลวงก็มิใช่น้อย
พอรุ่ยชินอ๋องได้ยินเรื่องนี้ ก็แทบจะทนอยู่ในวังต่อไปไม่ไหว
อย่างไรเสียองค์หญิงใหญ่ก็ถูกจับกุมแล้ว เรื่องที่เหลือก็ไม่ถึงกับต้องให้เขานั่งบัญชาการด้วยตนเอง
รุ่ยชินอ๋องจึงกราบทูลเหตุผลต่อฮ่องเต้ทันที หมายจะออกจากวังกลับจวนโดยเร็ว
รุ่ยชินอ๋องเพิ่งกล่าวจบ ฮ่องเต้ยังไม่ทันตรัสตอบ เหล่าขุนนางที่เมื่อครู่ยังตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัวก็มีคนเอ่ยคัดค้านขึ้นมาแล้ว
“รุ่ยชินอ๋อง บัดนี้ประตูวังปิดแล้ว ทั้งในและนอกเขตพระราชวังยังมีกบฏที่กวาดล้างไม่หมด ยามนี้จะเปิดประตูวังตามอำเภอใจได้อย่างไร นี่ช่างเสี่ยงอันตรายยิ่งนัก”
“ใช่แล้ว ฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนด้วยเถิด!”
“รุ่ยชินอ๋อง ในจวนมีทหารรักษาการณ์มากมาย ทั้งในเมืองหลวงยังมีองครักษ์อวี้หลินและทหารรักษาพระองค์คอยดูแล จวนอ๋องย่อมไม่เป็นอันตราย ขอท่านอ๋องทรงสงบพระทัย และคำนึงถึงส่วนรวมเป็นสำคัญเถิด”
