ชิงเทียนไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน นางตกใจจนซุกตัวเข้าไปในอ้อมแขนของอาสะใภ้ใหญ่เย่
“ท่านแม่!”
ที่จริงอาสะใภ้ใหญ่เย่เองก็ทนไม่ได้ที่มีคนนอกมากมายอยู่ในเรือนของตน
แต่คนเหล่านี้เป็นผู้ที่พระชายารุ่ยชินอ๋องส่งมาคอยปรนนิบัติชิงเทียน นางจึงไม่สะดวกจะกล่าวอะไร ได้แต่ข่มกลั้นเอาไว้
ทว่าครั้นเห็นว่าพวกนางทำให้เด็กน้อยตกใจจนกลัว นางก็อดทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
“ชิงเทียนบอกพวกเจ้าแล้วว่าให้กลับไป พวกเจ้าไม่ได้ยิน หรือคิดว่านางอายุยังน้อยจึงรังแกได้?”
“หรือจะรอให้ข้าได้พบพระชายารุ่ยชินอ๋องคราวหน้า แล้วถามนางว่า นี่คือกฎของจวนรุ่ยชินอ๋องหรือ?”
ครั้นเห็นอาสะใภ้ใหญ่เย่โกรธ สาวใช้กับแม่นมหลายคนจึงเลิกกรูกันเข้าไปหาเด็กน้อยเสียที
ที่จริงความคิดของพวกนางก็เข้าใจได้ไม่ยาก
หากพูดให้น่าฟัง ชีวิตของสามีภรรยารุ่ยชินอ๋องก็สุขสงบสำราญ หากพูดให้ไม่น่าฟัง ก็คือไร้ความปรารถนา ไม่คิดไขว่คว้าสิ่งใด
บ่าวไพร่ในจวนรุ่ยชินอ๋องจึงไม่มีสิ่งใดให้มุ่งหวังนัก
ยามนี้ในที่สุดก็ได้ตามหาคุณหนูตัวน้อยกลับมา เมื่อเห็นท่าทีที่สามีภรรยารุ่ยชินอ๋องเอ็นดูเด็ก พวกที่ได้รับเลือกย่อมต่างมุ่งมั่นอยากแสดงความสามารถต่อหน้าชิงเทียน แทบอยากให้คุณหนูตัวน้อยโปรดปรานพวกตนในทันที เพื่อที่วันหน้าจะได้มีฐานะมั่นคงในจวนรุ่ยชินอ๋อง
น่าเสียดายที่พวกนางใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในจวนรุ่ยชินอ๋องมาหลายปี จึงไม่รู้วิธีแย่งชิงความโปรดปรานเลยแม้แต่น้อย
ผลจากการพยายามเกินพอดีของพวกนางก็คือ ทำให้ชิงเทียนตกใจกลัว
เมื่อเห็นชิงเทียนซุกหน้าอยู่ในอ้อมแขนอาสะใภ้ใหญ่เย่ ไม่แม้แต่จะชายตามองพวกนาง อีกทั้งอาสะใภ้ใหญ่เย่ยังมีท่าทีแข็งกร้าว หลายคนจึงเพิ่งรู้ตัวว่าบางทีพวกตนอาจใช้วิธีผิดไป
