อีกด้านหนึ่ง เย่เหล่าซานไปขอให้เย่ชิ่งซานช่วยเหลือ
เย่ชิ่งซานถึงกับตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงไปตามผู้ใต้บังคับบัญชาของจวนแม่ทัพซึ่งรับผิดชอบจัดการเรื่องเหล่านี้มาโดยเฉพาะ ทั้งยังกังวลว่าจะจัดการได้ไม่เรียบร้อย จึงลงมือไปด้วยตนเอง
เย่ชิ่งซานประจำอยู่ชายแดนมาสิบกว่าปี ญาติผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดทางบ้านเกิดล้วนจากไปหมดแล้ว
เขาจริงใจนับครอบครัวยายเย่เป็นญาติสนิท
น่าเสียดายที่คนในครอบครัวนี้ต่างรู้จักวางตัวอยู่เสมอ จนความกระตือรือร้นที่อยากช่วยเหลือของเขามักไม่มีที่ให้แสดงออก
ยามนี้ในที่สุดเย่เหล่าซานก็มาเยือนเพื่อขอความช่วยเหลือ มีหรือที่เย่ชิ่งซานจะยอมพลาดโอกาสเช่นนี้
หากมิใช่เพราะตนไม่รู้เรื่อง เขาคงถกแขนเสื้อแล้วลงมือทำเองไปนานแล้ว
“พี่ชิ่งซาน เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ ไยต้องรบกวนท่านด้วยเล่า!” เย่เหล่าซานไม่คิดว่าเย่ชิ่งซานจะตามไปด้วย
แม้เขาจะเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าสามัญ จนคนทั่วไปมองไม่ออกว่าเป็นแม่ทัพ
แต่ในความคิดของเย่เหล่าซาน ขุนนางที่มีตำแหน่งสูงส่งอย่างเย่ชิ่งซานย่อมมีงานสำคัญมากมายให้จัดการในแต่ละวัน
ตนเพียงจะเช่าร้านเพื่อเปิดโรงช่างไม้ เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้จะคู่ควรให้เขาเสียเวลามาจัดการได้อย่างไร
“วันนี้ข้าหยุดราชการ เดิมทีก็ไม่มีธุระอะไร ตามไปดูความครึกครื้นสักหน่อย” เย่ชิ่งซานกล่าว “ข้ายังไม่เคยไปตรอกหลู่ปัน ถือโอกาสไปเดินชม หากมีของประดับชิ้นใดน่าดู ก็ซื้อกลับไปฝากพี่สะใภ้เจ้าได้”
