อาสะใภ้ใหญ่เย่สะดุ้งกับคำพูดของแม่นางลวี่ พอหันไปก็เห็นอาจารย์เจียวลงจากรถม้า
อาจารย์เจียวไม่ได้ถือสาท่าทีของแม่นางลวี่ เขายิ้มทักทายอาสะใภ้ใหญ่เย่
“อาจารย์เจียว ท่านมาแล้ว” อาสะใภ้ใหญ่เย่รีบเชิญเขาเข้าบ้าน
เย่ชางฮั่นกับเย่ชางคุนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ขณะนี้กำลังถูกนางเส้าไล่จับวิ่งวุ่นไปทั่วลานบ้าน ทั้งสองไม่ยอมดื่มน้ำขิงผสมน้ำตาลอย่างเด็ดขาด
ทันทีที่อาจารย์เจียวก้าวเข้าประตู เย่ชางฮั่นก็วิ่งผ่านหน้าเขาไปดุจสายลม
ถัดมา เย่ชางคุนซึ่งขาสั้นและวิ่งช้ากว่าก็ชนเข้ากับอาจารย์เจียวเต็มแรง
“โอ๊ย!” เย่ชางคุนร้องขึ้น ก่อนจะถูกนางเส้าที่วิ่งตามมาคว้าคอเสื้อด้านหลังไว้
นางเส้าดุเสียงเข้ม “รีบดื่มนี่เสีย อย่าบีบให้ข้าต้องตีเจ้าต่อหน้าคนอื่น!”
ตอนแรกนางยังคิดจะแสร้งทำเป็นอ่อนโยนสักหน่อย
แต่เจ้าสองตัวแสบนี่กลับไม่ไว้หน้านางเอาเสียเลย
ไม่ต้องพูดถึงฉินเฮ่อเซวียน แม้แต่ชิงเทียนยังดื่มน้ำขิงผสมน้ำตาลจนหมดแต่โดยดี
มีเพียงลูกชายสองคนของนางนี่แหละที่พูดอย่างไรก็ไม่ฟัง
ท้ายที่สุดนางเส้าก็ไม่สนใจรักษาภาพลักษณ์ “อ่อนโยน” อีกต่อไป ในเมื่อเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน จะเสแสร้งไปไย
จึงเกิดภาพวุ่นวายเช่นนี้ขึ้น
หลังถูกมารดาจับตัวไว้ เย่ชางคุนยังคิดดิ้นรนอีกสักครั้ง ทว่าเห็นพี่ชายที่วิ่งไปไกลแล้วหยุดฝีเท้ากะทันหัน ก่อนยืนตัวตรงเรียบร้อยแล้วร้องเรียก “อาจารย์เจียว”
อาจารย์เจียวหรือ?
มิใช่ว่าจะมาถึงพรุ่งนี้หรอกหรือ
เช่นนั้นคนที่เขาชนเมื่อครู่ก็คืออาจารย์เจียวหรือ
เย่ชางคุนค่อยๆ หันกลับไป แล้วก็เห็นอาจารย์เจียวกำลังมองตนด้วยรอยยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
เขายืนตัวตรงขึ้นมาทันทีตามสัญชาตญาณ ยังไม่ทันรอนางเส้าพูดอะไร ก็รับชามจากมือนางแล้วซดน้ำขิงผสมน้ำตาลจนหมดเกลี้ยง
“เอิ้ก—” เย่ชางคุนเรอออกมาหลังดื่มหมด กลิ่นขิงคลุ้งไปทั่ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
นางเส้าทักทายอาจารย์เจียว ก่อนหันไปมองบุตรชายคนโต
คราวนี้ไม่ต้องให้นางเส้าคอยไล่ตาม เย่ชางฮั่นก็เดินไปตักน้ำขิงผสมน้ำตาลจากครัวมาดื่มจนหมดโดยสมัครใจ
นางเส้าจึงยิ้มกล่าวว่า “เห็นทีต้องเป็นอาจารย์เจียวจริงๆ”
