“หรงซวี่ เป็นอย่างไรบ้าง?” เย่เหล่าต้าถามพลางช่วยตบหลังให้เขา
เย่หรงซวี่ไอโขลกไม่หยุด สำลักน้ำสกปรกออกมาจากปาก พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“พี่... พี่...” เย่หรงอันร้องไห้พลางถลาเข้ามาหา
ก่อนหน้านี้เย่เหล่าซื่อทั้งเหนื่อยทั้งตกใจจนมือเท้าอ่อนแรง ทรุดนั่งอยู่กับพื้น บัดนี้จึงค่อยฟื้นเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง
เขาพลิกตัวลุกขึ้นนั่งแล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าสองคน วิ่งมาริมแม่น้ำทำไม ทั้งที่ไม่มีธุระ อันตรายเพียงใดรู้หรือไม่!
“วันนี้หากพวกเราไม่บังเอิญมาเห็นเข้า คงเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
เย่หรงซวี่กับเย่หรงอันยังไม่ทันได้พูดอะไร เย่ชิ่งกังที่ได้ข่าวมาจากที่ใดไม่ทราบก็พุ่งเข้ามาราวกับคนเสียสติ
เย่ชิ่งกังมาถึงก็ไม่ทันได้ทักทายพี่น้องตระกูลเย่ ยกมือขึ้นตบหน้าเย่หรงซวี่ฉาดหนึ่ง
“ข้าบอกให้เจ้าอยู่บ้านดูแลท่านปู่ท่านย่าให้ดี คอยดูแลน้องชาย แล้วเจ้ากลับพาน้องชายแอบมาริมแม่น้ำเล่นน้ำ เจ้าไม่สู้จมน้ำตายไปเสียเลยเล่า!”
ฝ่ามือของเย่ชิ่งกังกระหน่ำลงไปอย่างแรง
แก้มซีดขาวของเย่หรงซวี่บวมแดงขึ้นให้เห็นอย่างชัดเจน
เย่เหล่าต้าเพิ่งได้สติ รีบคว้ามือของเย่ชิ่งกังที่กำลังจะลงมือตบอีกครั้งไว้ ขมวดคิ้วกล่าวเสียงเข้มว่า “ชิ่งกัง มีเรื่องอะไรก็ค่อย ๆ พูดกับเด็ก เจ้ามาทำเช่นนี้ได้อย่างไร!”
เย่ชิ่งกังเห็นแก่หน้าเย่เหล่าต้า จึงลดมือลง ไม่ได้ตบต่อ แต่ยังคงโกรธจนหอบหายใจแรง
หลังนางลวี่ออกไปรับจ้างทำงานหาเงิน ช่วงแรกเย่ชิ่งกังทั้งโมโหทั้งสับสน
ทว่าเมื่อต้องวุ่นวายจนหัวหมุนกับเรื่องในบ้านและนอกบ้าน เขาก็ค่อย ๆ เข้าใจคำพูดที่นางลวี่กล่าวไว้ก่อนจากไป
แต่ก่อนเรื่องในบ้านเหล่านี้ล้วนตกอยู่บนบ่าของนางลวี่
ส่วนเขากลับคิดเพียงว่าตนทำงานในนาเหน็ดเหนื่อยที่สุด ขณะที่ภรรยาอยู่บ้านทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่หนักหนา แทบจะสุขสบายอยู่ในบ้านเสียด้วยซ้ำ
กระทั่งทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่บนบ่าของตน เขาจึงเข้าใจความลำบากของภรรยาตลอดหลายปีที่ผ่านมาในที่สุด
ดังนั้นเย่ชิ่งกังจึงเลิกเอ่ยปากขอให้ภรรยากลับบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ลองปรับเปลี่ยนความคิด เมื่อยามนางลวี่กลับบ้าน เขาก็พูดคุยกับนางอย่างใจเย็นว่า จะจ่ายเงินจ้างคนในหมู่บ้านมาช่วยทำอาหารทุกวันได้หรือไม่
