เถ้าแก่เฉิงนั่งอยู่บนแพไม้ ช่วงสุดท้ายของเส้นทางราบรื่นยิ่งนัก
ทว่าภายในใจกลับร้อนรนจนแทบทนไม่ไหว เขาใช้กิ่งไม้ในมือพุ้ยน้ำไม่หยุด หวังให้แพเคลื่อนที่เร็วขึ้น
เมื่อมาถึงเชิงเขาในที่สุด เติ้งซ่างเหว่ยและคนอื่น ๆ ก็กรูกันเข้ามา เตรียมช่วยพวกเขาขึ้นฝั่ง
แต่พอมาถึงริมน้ำ พวกเขากลับพบว่าบนแพไม้มีเพียงเถ้าแก่เฉิงคนเดียว
เถ้าแก่เฉิงไม่มีแก่ใจจะอธิบาย เขายื่นกิ่งไม้ในมือให้เติ้งซ่างเหว่ยดึงเข้าฝั่ง พลางตะโกนใส่ผู้นำทางว่า “ท่านลุงเฉิน แถวนี้มีหมู่บ้านอยู่บ้างหรือไม่ ช่วยไปตามหมอมาให้ข้าที”
“ขอเพียงช่วยชีวิตคนกลับมาได้ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา!”
ชายชราเฉินได้ยินก็เข้าใจเรื่องราวทันที เขาปลดล่อที่ผูกไว้กับต้นไม้ข้างทาง เอาสัมภาระบนหลังมันลง แล้วขึ้นขี่ล่อออกไปตามหาคน
ถึงกระนั้น ชายชราเฉินก็ไม่ค่อยมีหวังว่าเย่เหล่าต้าจะยังมีชีวิตอยู่
อากาศหนาวเย็นถึงเพียงนี้ ตกลงไปในแม่น้ำ ทั้งยังมีแผลที่เท้าอีก ปัจจัยเสียเปรียบทั้งหมดมารวมกันพอดิบพอดี
เว้นเสียแต่ว่าเขาจะกลับชาติมาเกิดเป็นเทพเซียนผู้ยิ่งใหญ่ มิฉะนั้นคงตายสนิทไปแล้ว
แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้เขาได้แต่คิดในใจ ไม่มีทางพูดออกมาเด็ดขาด
อย่างไรเสีย เขายังต้องพึ่งเถ้าแก่เฉิงหาเงินเลี้ยงชีพ!
สองเดือนที่ผ่านมาของปีนี้ พวกเขาติดตามเถ้าแก่เฉิงตระเวนอยู่ในภูเขา เงินที่หามาได้มากกว่ารายได้ทั้งปีของครอบครัวเมื่อปีก่อนเสียอีก
ยามนี้ไม่ว่าเย่เหล่าต้าจะเป็นหรือตาย พวกเขาคงไม่อยู่ในภูเขาต่อแล้ว คงต้องออกเดินทางกลับเมืองหลวง
การหาคนไปช่วยเย่เหล่าต้า ยังทำให้เขามีรายได้เพิ่มอีกสักก้อนก่อนจากไป ปีนี้ก็นับว่าปิดท้ายได้อย่างสมบูรณ์
ทางเถ้าแก่เฉิงเองก็ไม่ได้เอาแต่รอชายชราเฉิน เขาทิ้งคนไว้สองสามคนให้ดูแลสัมภาระกับล่อ ส่วนตนพาคนที่เหลือหาทางย้อนกลับไปตามหาเย่เหล่าต้า
โชคดีที่บริเวณซึ่งเย่เหล่าต้าตกน้ำเป็นช่วงลำน้ำปลายน้ำที่ภูมิประเทศเปิดกว้างและกระแสน้ำไหลเอื่อย พวกเขาจึงค้นหาคนโดยย้อนขึ้นไปตามริมฝั่งได้
ไม่นานพวกเขาก็พบเย่เหล่าต้าที่ช่วยเหลือตัวเองขึ้นฝั่งมาแล้ว มองจากระยะไกล เขานอนนิ่งอยู่ริมฝั่ง หน้าอกแทบไม่กระเพื่อมขึ้นลง
