ชิงเทียนถูกคำพูดของอาสะใภ้ใหญ่เย่ทำให้ตกใจ จึงพยักหน้าหงึก ๆ รับปากว่าจะเชื่อฟังอย่างดี พอเข้าวังแล้วจะไม่พูดจาเหลวไหลเป็นอันขาด
ยามบ่าย นางติดตามอาสะใภ้ใหญ่เย่ไปหอสุราคราหนึ่ง เพื่อบอกอาสะใภ้รองเย่เรื่องตัดชุดใหม่
“ชุดใหม่สำหรับสวมเข้าวังหรือ?” อาสะใภ้รองเย่ครุ่นคิด ก่อนพยักหน้า “ได้ อาสะใภ้รองรู้แล้ว
“ช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์อากาศคงเย็นกว่านี้อีก ทั้งทำผ้าคลุมไหล่ตัวน้อยให้เจ้าพกไปด้วยสักผืน”
เพียงไม่กี่ประโยค อาสะใภ้รองเย่ก็พอจะคิดแบบชุดออกแล้ว
“ผิวของชิงเทียนขาวผ่อง อีกทั้งเป็นช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ เช่นนั้นทำชุดสีเหลืองตัดกับสีน้ำเงินเข้มสักชุดดีหรือไม่!
“ปักดอกกุ้ยฮวาลงบนกระโปรงสีน้ำเงินเข้มสักหน่อย จะได้เข้ากัน
“ส่วนผ้าคลุม อาสะใภ้รองจะปักกระต่ายน้อยให้เจ้าสักตัว ดีหรือไม่?”
ที่จริงแล้ว อาสะใภ้ใหญ่เย่กับชิงเทียนไม่ได้เข้าใจแบบชุดที่อาสะใภ้รองเย่พูดถึงนัก ก่อนจะเห็นชุดสำเร็จ พวกนางแทบจินตนาการไม่ออกด้วยซ้ำว่าหน้าตาจะเป็นเช่นไร
แต่พอได้ยินคำว่ากระต่ายน้อย ชิงเทียนก็ยินดีจนพยักหน้าหงึก ๆ ทันที
“ดีสิ อาสะใภ้รอง ข้าชอบกระต่ายน้อย”
เมื่ออาสะใภ้รองเย่พอจะนึกแบบชุดออกแล้ว ก็เริ่มลงมือวาดลวดลาย
“วางใจเถิด ก่อนเทศกาลไหว้พระจันทร์จะให้เจ้าได้สวมชุดใหม่เป็นแน่”
อาสะใภ้ใหญ่เย่กล่าวว่า “เช่นนั้นคงต้องรบกวนเจ้าอีกแล้ว”
ชิงเทียนรีบชิงพูดขึ้นว่า “ท่านแม่บอกว่าจะจ่ายเงินให้อาสะใภ้รองเจ้าค่ะ”
“โธ่เอ๋ย ไม่ต้องหรอก อาสะใภ้รองตัดเสื้อผ้าให้เจ้า ยังจะเอาเงินอะไรอีก!” อาสะใภ้รองเย่กล่าวย้ำว่าไม่ต้องจ่าย
