เมิ่งอวี้ไม่ทันตั้งตัว จึงสะดุ้งตกใจกับภาพตรงหน้า
ชั่วขณะนั้น เขาถึงกับนึกไปว่าหรือจะมีคนในบ้านร่วมก่อกบฏเสียแล้ว
เคราะห์ดีที่ทหารองครักษ์นอกประตูไม่ได้พุ่งเข้ามากดเขาลงกับพื้น ตรงกันข้าม หัวหน้ากลับก้าวเข้ามาอธิบายจุดประสงค์แก่เมิ่งอวี้ด้วยท่าทีเป็นมิตร
“พวกเรามาเพื่อคุ้มครองเจ้านายตัวน้อย ตามคำสั่งของท่านอ๋องกับพระชายา!”
เมิ่งอวี้จึงเข้าใจเรื่องราว รีบเชิญทุกคนไปนั่งที่โถงหน้า ก่อนกลับไปบอกเรื่องนี้แก่อาสะใภ้ใหญ่เย่
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ อาสะใภ้ใหญ่เย่ก็ปวดหัวอยู่บ้าง
เด็กน้อยแค่อยากกลับบ้านสักเที่ยว เหตุใดต้องยกขบวนทหารองครักษ์มากมายถึงเพียงนี้ด้วย?
แต่คำพูดเช่นนี้ นางไม่มีสิทธิ์หรือสถานะที่จะเอ่ยออกไปเลย
อีกทั้งฐานะของชิงเทียนในยามนี้ก็แตกต่างไปจากเดิม นางเองก็กลัวเหลือเกินว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันระหว่างทาง
แม้แต่ผู้อาวุโสเฉินยังกล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นความบกพร่องของพวกเราเอง ในบ้านไม่มีแม้แต่บ่าวรับใช้หรือผู้คุ้มกัน ไม่แปลกที่ทางจวนรุ่ยชินอ๋องจะไม่วางใจ”
กล่าวจบ เขาก็หันไปกำชับอาสะใภ้ใหญ่เย่ว่า “คราวหน้าหากมีธุระต้องออกจากเมืองอีก เจ้าจงส่งคนไปแจ้งทางจวนรุ่ยชินอ๋องล่วงหน้า”
อาสะใภ้ใหญ่เย่รีบรับคำว่าทราบแล้ว
ใครจะรู้ว่าเมิ่งอวี้เตรียมรถม้าไว้พร้อมแล้ว ส่วนทหารองครักษ์ก็จัดแถวเตรียมออกเดินทาง ทว่าพอชิงเทียนก้าวออกมาเห็นผู้คนมากมาย นางกลับไม่ยอมไปเสียอย่างนั้น
“ท่านแม่ กลับบ้านทั้งที เหตุใดต้องพาคนไปมากมายเพียงนี้ด้วย?” ใบหน้าเล็ก ๆ ของชิงเทียนยู่ย่นจนเครื่องหน้าแทบรวมกัน “พากลับไปก็ไม่มีที่ให้อยู่หรอก!”
