วันที่ 1 เดือนแปด หลังจากชิงเทียนเรียนหนังสือที่จวนฉินเสร็จในวันนั้น เมิ่งอวี้ก็มารับนางกลับจวนเฉินในยามเที่ยง
เมื่อชิงเทียนกลับถึงบ้านก็พบว่า นอกจากผู้อาวุโสเฉินกับโหยวปินจะรอนางกินข้าวแล้ว แม้แต่อาสะใภ้ใหญ่เย่ซึ่งควรยุ่งอยู่ที่หอสุราก็ยังอยู่ที่นี่ด้วย
“ท่านแม่!” ชิงเทียนโผเข้าสู่อ้อมกอดของอาสะใภ้ใหญ่เย่ราวกับนกน้อยคืนรัง
อาสะใภ้ใหญ่เย่กอดนางไว้แน่นเช่นกัน
ผู้อาวุโสเฉินมองอยู่ข้าง ๆ ด้วยสายตาอาลัย รอให้แม่ลูกได้คลอเคลียกันจนพอแล้วจึงเอ่ยว่า “รีบมากินข้าวเถิด จวนรุ่ยชินอ๋องจะร่ำรวยเพียงใด อาหารก็ไม่อร่อยเท่าบ้านเรา
“ดูสิ เพิ่งไปได้ครึ่งเดือน เด็กก็ผอมลงเสียแล้ว”
ได้ยินผู้อาวุโสเฉินพูดเช่นนี้ อาสะใภ้ใหญ่เย่จึงพินิจชิงเทียนอย่างละเอียด ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างฉับพลันว่า “ชิงเทียนสูงขึ้นหรือไม่?”
อาสะใภ้ใหญ่เย่ยื่นมือวัดจากศีรษะของชิงเทียน แล้วเทียบกับส่วนสูงของตน
“สูงขึ้นจริง ๆ ด้วย” อาสะใภ้ใหญ่เย่กล่าวอย่างยินดี
ก่อนหน้านี้ร่างกายของชิงเทียนอ่อนแอมาตั้งแต่เล็ก โดยเฉพาะตอนอยู่ตระกูลซ่านที่มักกินไม่อิ่ม นางจึงเติบโตช้ามาก
บรรดาเด็กชายในบ้านต่างสูงขึ้นทุกวัน มีเพียงชิงเทียนที่เติบโตช้าจนน่าเป็นห่วง
แม้อาสะใภ้ใหญ่เย่จะไม่เคยพูดออกมา แต่ในใจยังคงกังวลว่าลูกจะตัวไม่สูง
บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าชิงเทียนสูงขึ้นเล็กน้อยในเวลาเพียงครึ่งเดือน นางก็พลันตื่นเต้นขึ้นมา
อาสะใภ้ใหญ่เย่กล่าวหยอกเย้าว่า “เห็นทีอาหารในจวนรุ่ยชินอ๋องจะดีจริง ๆ เพิ่งไปได้ครึ่งเดือนก็สูงขึ้นแล้ว”
