เห็ดก้อนเหนียวที่เย่ชางรุ่ยพูดถึง แท้จริงแล้วก็คือเห็ดสน
เห็ดชนิดนี้พบได้มากในป่าแถบนอกด่าน ป่าสนใกล้เมืองหลวงก็มีเช่นกัน เพียงแต่ไม่ค่อยมีโอกาสพบมากมายถึงเพียงนี้
หลังพบเห็ด เย่ชางเสวี่ยก็ร้องเรียกเย่ชางเสวี่ยกับเย่ชางเหนียนที่วิ่งนำขึ้นเขาไปก่อนให้กลับมา จากนั้นทุกคนก็เริ่มเก็บเห็ดด้วยกัน
เมื่อเทียบกับองุ่นป่าที่นำไปหมักสุราได้เพียงอย่างเดียว เห็ดกลับดึงดูดใจยิ่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เดิมทีเด็ก ๆ ตั้งใจมาเก็บองุ่นป่ากลับไปสักหน่อย จึงสะพายกระบุงหลังใบเล็กที่ผู้ใหญ่สานให้มา
แม้แต่ชิงเทียนก็ไม่ได้เอากระบุงหลังมาด้วย นางถูกพาขึ้นเขามาเที่ยวเล่นเท่านั้น
เห็ดมีมากมายถึงเพียงนี้ กระบุงหลังใบเล็กของเด็ก ๆ ย่อมใส่ไม่หมด
ชิงเทียนจึงหันไปเอ่ยกับเผยโย่วและฟ่านอีโจวว่า “พวกท่านกลับไปช่วยนำกระบุงหลังมาให้พวกเราสักสองสามใบได้หรือไม่? หากเป็นไปได้ ช่วยเรียกท่านอารองมาด้วยเถิด!”
แม้ชิงเทียนจะถูกรับกลับไปอยู่จวนรุ่ยชินอ๋องแล้ว แต่เพิ่งผ่านไปไม่นาน นางจึงยังไม่คุ้นชินกับการออกคำสั่งผู้อื่น
ดังนั้นเวลาพูดกับเผยโย่วและฟ่านอีโจว นางจึงเอ่ยขอด้วยน้ำเสียงออดอ้อนน่ารัก
หากพวกเขาไม่ใช่เด็ก ๆ กันเสียส่วนใหญ่ และมีเพียงสองคนที่เป็นผู้ใหญ่ ทั้งยังมีขายาวเดินได้เร็ว ชิงเทียนคงไม่คิดรบกวนให้ช่วยเหลือ
แต่สำหรับเผยโย่วและฟ่านอีโจวแล้ว ไม่ว่าชิงเทียนจะออกคำสั่งหรือเอ่ยขอ คำพูดของเจ้านายน้อยก็เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องเชื่อฟัง
