นางสองหวังพูดจาฉอด ๆ อยู่ด้านนอก
เย่เหล่าซื่อฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว
เขากระชากประตูลานบ้านออก ก่อนตะโกนใส่นางสองหวังว่า “เจ้ารู้อะไรบ้างถึงมายืนพูดจาเหลวไหลหน้าบ้านข้า? กวางดาวเป็นพี่ใหญ่ของข้าใช้ธนูยิงมา บ้านเจ้าต่างหากที่ใช้ศาสตร์ชั่วร้ายอะไรนั่น!”
“เจ้าคิดว่าพี่ชายเจ้าเป็นจอหงวนฝ่ายบู๊หรือไร ถึงยิงกวางดาวได้หลายตัวในคราวเดียว? พี่ใหญ่ของเจ้าช่างเก่งกาจเสียเหลือเกิน!” นางสองหวังกลอกตาใส่เย่เหล่าซื่อ “เจ้าเองก็เก่งไม่เบา เกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ ยังมีอารมณ์มาสนใจเรื่องอื่นอีกหรือ?”
“เจ้า...” เย่เหล่าซื่อโกรธจนยกมือหมายจะตบนางสองหวัง แต่เย่เหล่าต้าคว้าตัวเขาจากด้านหลังไว้เสียก่อน
หากลงมือก่อน ถึงมีเหตุผลก็จะกลายเป็นฝ่ายผิด
แต่นางสองหวังผู้นี้พูดจาชวนให้โมโหจริง ๆ
เย่เหล่าต้ายังไม่ทันเอ่ยปาก ก็มีเสียงของมู่เจิงดังมาจากด้านหลังชาวบ้านที่ยืนมุงดู “แม้พี่ใหญ่เย่จะมิใช่จอหงวนฝ่ายบู๊ แต่ฝีมือยิงธนูก็มิเป็นรองผู้ใด!”
นางสองหวังกำลังพูดอย่างออกรส เมื่อถูกขัดจังหวะก็กลอกตาใส่แล้วกล่าวว่า “เจ้าเป็นใครมาจากไหน? เจ้าจะไปรู้อะไร!”
เย่เหล่าต้าเห็นมู่เจิงก็ประหลาดใจยิ่ง “ใต้เท้ามู่ เหตุใดท่านจึงมาได้?”
ก่อนหน้านี้เขารู้เพียงว่ามู่เจิงเป็นคนที่คุณชายน้อยฉินส่งมา ต่อมาระหว่างเดินทางกลับหมู่บ้าน มู่เจิงช่วยชีวิตเขาไว้ จึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายทำงานใต้บัญชาของใต้เท้าฉิน
แม้ไม่รู้ว่ามู่เจิงมีตำแหน่งใดกันแน่ แต่สำหรับชาวบ้านธรรมดา เรียกอีกฝ่ายว่าใต้เท้าก็ย่อมไม่ผิด
“ใต้เท้ามู่?” นางสองหวังใจหายวาบ รีบหันกลับไปมองด้านหลัง
เห็นชายหนุ่มอายุราวยี่สิบปีผู้หนึ่ง หน้าตาหล่อเหลาโดดเด่น ทว่ามิได้สวมชุดขุนนาง
อายุน้อยเพียงนี้ คงเป็นขุนนางใหญ่ไปไม่ได้กระมัง?
บางทีเย่เหล่าต้าอาจจงใจพูดจาเหลวไหล คนที่มาก็อาจมิใช่ใต้เท้าจริง ๆ
นางสองหวังพยายามปลอบใจตนเองอยู่ในใจ จากนั้นก็เห็นหวังกว่างผิงวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พลางจัดเสื้อผ้าไปด้วย
จบเห่แล้ว!
นางสองหวังแต่งเข้าบ้านนี้มาหลายปี ครอบครัวฝ่ายสามีเป็นทั้งคนตระกูลเดียวกับบ้านหวังกว่างผิง และยังมีสายสัมพันธ์ทางเครือญาติกันอยู่บ้าง จึงกล่าวได้ว่านางรู้จักเขาเป็นอย่างดี
