เย่เหล่าต้าขึ้นสายธนู เล็งไปยังจ่าฝูงที่อยู่หน้าสุดของฝูงกวาง ก่อนยิงธนูทะลุท้ายทอยของมัน
จ่าฝูงล้มตึงลงกับพื้นโดยไม่มีแม้แต่โอกาสส่งเสียงร้อง
ฝูงกวางพลันแตกตื่นอลหม่าน
เมื่อไร้จ่าฝูงนำทาง กวางที่เหลือก็วิ่งพล่านไร้ทิศทางราวแมลงวันไร้หัว ไม่รู้ว่าควรหนีไปทางใด
พวกมันเสียขวัญ วิ่งชนกันไปทั่ว บางตัวตกลงไปในลำธาร บางตัวก็ชนกระแทกกันเอง
กวางตัวผู้กำยำสองตัวยิ่งพุ่งเข้าชนกันตรง ๆ ส่งเสียงดังสนั่น ก่อนจะหมดสติและล้มลงไปทั้งคู่
เย่เหล่าต้ากับเย่เหล่าซื่อมองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึง ยังทำเช่นนี้ได้ด้วยหรือ?
“พี่ใหญ่ รีบยิงต่อสิ!” เย่เหล่าซื่อได้สติก่อน
ฝูงกวางชนกันจนไม่อาจหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศ ยามนี้ยังไม่รีบยิงซ้ำ แล้วจะรอถึงเมื่อใด
เย่เหล่าต้าจึงนึกขึ้นได้ รีบคว้าโอกาสยิงออกไปสองดอกติดกัน
คราวนี้กวางต่างวิ่งวุ่นไปมา ความแม่นยำจึงไม่ดีเท่าครั้งก่อน ดอกหนึ่งยิงเข้ากลางหลังของกวางตัวเมีย อีกดอกยิงเข้าที่ขาของกวางตัวหนึ่ง
ในที่สุดกวางที่เหลือก็หลุดพ้นจากความสับสนอลหม่าน พากันหนีไปคนละทิศ
เย่เหล่าต้ากับเย่เหล่าซื่อตามไปจับกวางหนุ่มตัวผู้ที่ถูกยิงเข้าขาแต่ยังคิดหนี
สองพี่น้องช่วยกันลงมือ กว่าจะกดมันลงกับพื้นได้ก็เล่นเอาเหนื่อย จากนั้นจึงใช้เชือกมัดขาทั้งสี่ไว้แน่น
“เฮ้อ...” เย่เหล่าซื่อถอนหายใจ “พี่ใหญ่ กวางที่เหลืออย่าไปตามเลย”
อย่างไรเสีย สิ่งที่ได้มาอยู่ตรงหน้าก็มากเกินกว่าที่พวกเขาคาดคิดไว้แล้ว
เย่เหล่าต้าเองก็หอบหายใจเล็กน้อย ก่อนเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “พูดราวกับว่าเจ้าจะตามทันอย่างนั้นแหละ”
พอพูดจบก็รู้สึกว่าไม่เหมาะ กลัวเย่เหล่าซื่อที่กำลังอ่อนไหวจะเก็บไปใส่ใจ
แต่เย่เหล่าซื่อกลับไม่ถือสา มองกวางที่นอนเกลื่อนพื้น ทั้งกวางตัวผู้กำยำสามตัว กวางตัวเมียหนึ่งตัว และกวางหนุ่มตัวผู้ที่บาดเจ็บอีกหนึ่งตัว พลางยิ้มจนแทบเห็นฟันกรามหมดปาก
หลังหายใจจนเป็นปกติ เย่เหล่าต้าก็ลุกพรวดขึ้น แล้วจับกวางสองตัวที่ชนกันจนหมดสติเมื่อครู่มัดไว้แน่น
หากเจ้าสองตัวนี้ฟื้นขึ้นมา อยากจะจับให้เชื่องอีกครั้งคงไม่ง่ายนัก
ทั้งสองมองกวางดาวที่นอนเต็มพื้น ทั้งยินดีทั้งกลัดกลุ้ม
