รุ่ยชินอ๋องกลับมาพบหวังเวย แล้วกล่าวว่ามีเรื่องด่วนจำเป็นต้องกราบทูลฝ่าบาทเป็นการส่วนพระองค์ทันที
หวังเวยเห็นสีหน้าร้อนใจของเขา จึงอาศัยจังหวะเข้าไปเปลี่ยนน้ำชาร้อนในตำหนัก แอบส่งสัญญาณให้ฝ่าบาท
ไม่นานนัก ฝ่าบาทก็ทรงอ้างว่าจะไปเปลี่ยนฉลองพระองค์ แล้วเสด็จออกจากตำหนักใหญ่ไปพบรุ่ยชินอ๋องที่กำลังเดินวนไปมาอย่างร้อนใจในตำหนักข้าง
“น้องเจ็ด มีเรื่องอันใดถึงได้ร้อนใจเพียงนี้?” ฝ่าบาทมิได้ตำหนิรุ่ยชินอ๋อง พระองค์ทรงทราบดีว่าน้องชายผู้นี้แม้ปกติจะรักสันโดษ แต่ก็มิใช่คนเหลวไหล และไม่มีทางก่อเรื่องไร้สาระในยามเช่นนี้
รุ่ยชินอ๋องรีบกราบทูลสิ่งที่ชิงเทียนค้นพบในวันนี้แก่ฝ่าบาท
ฝ่าบาททรงขมวดพระขนงเมื่อได้ฟัง “น้องเจ็ด เจ้าหมายความว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเสด็จป้าหรือ?”
“น่าจะไม่ผิดพ่ะย่ะค่ะ” ระหว่างรอฝ่าบาทเสด็จมา รุ่ยชินอ๋องได้ทบทวนความคิดอีกครั้งแล้ว
“เสด็จพี่ลองคิดดูเถิด ก่อนหน้านี้เสด็จพี่ยังตรัสว่า หากเสด็จป้าชอบช่วยผู้อื่นผูกด้ายแดงถึงเพียงนั้น ก็สามารถทำอย่างเปิดเผยได้ เหตุใดต้องใช้สำนักศึกษาหญิงเป็นฉากบังหน้า ทำเรื่องลับ ๆ ล่อ ๆ ด้วยเล่าพ่ะย่ะค่ะ?
“ตามความเห็นของกระหม่อม เสด็จป้าอาจกำลังอาศัยเรื่องนี้ขยายเครือข่ายความสัมพันธ์ของตน ดึงขุนนางและตระกูลใหญ่บางตระกูลมาเป็นพวกพ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วอย่างไรต่อ จะก่อกบฏหรือ?” ฝ่าบาททรงขมวดพระขนงแน่น แม้ชั่วขณะหนึ่งยังยากจะยอมรับความจริงข้อนี้ “เราปฏิบัติต่อเสด็จป้าอย่างดีมาโดยตลอด นางสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสุขสบายในเมืองหลวงได้ เหตุใดจึงต้องทำเช่นนี้?”
