ระหว่างทางกลับบ้าน ชิงเทียนดูเคร่งเครียดอย่างยิ่ง ราวกับมีเรื่องหนักใจอยู่เต็มอก
พระชายารุ่ยชินอ๋องจุมพิตนางเบา ๆ แล้วถามว่า “เป็นเพราะเมื่อครู่แม่ให้เจ้าพูดโกหก จึงไม่สบายใจหรือ?”
ชิงเทียนส่ายหน้า ไม่เอ่ยคำใด
พระชายารุ่ยชินอ๋องจึงกล่าวชมว่า “เมื่อครู่ชิงเทียนทำได้ดีมาก คราวนี้เป็นสถานการณ์พิเศษ จึงจำต้องพูดโกหกหลอกลวง แต่ปกติแล้วพวกเราทำเช่นนี้ไม่ได้รู้หรือไม่”
ชิงเทียนพยักหน้าเงียบ ๆ
เมื่อเห็นว่ารถม้าใกล้จะถึงหน้าจวนรุ่ยชินอ๋อง ชิงเทียนก็อดใจไม่ไหว ยื่นมือไปจับแขนเสื้อพระชายารุ่ยชินอ๋อง แล้วถามอย่างระมัดระวังว่า “ท่านแม่ ให้คนส่งข่าวไปบอกท่านตาทวดกับพวกเขาได้หรือไม่เจ้าคะ?”
แม้ชิงเทียนจะไม่รู้ว่ากำลังจะเกิดเรื่องใดขึ้น แต่รุ่ยชินอ๋องสั่งให้พวกนางเก็บตัวอยู่แต่ในจวน ทั้งยังจะระดมองครักษ์หลวงทั้งหมดมาคุมเข้ม ย่อมแสดงว่ากำลังจะมีอันตราย
นางย่อมเป็นห่วงผู้อาวุโสเฉินกับอาสะใภ้ใหญ่เย่และคนอื่น ๆ
นางถึงกับไม่กล้าพูดตรง ๆ ว่าให้ส่งข่าวไปบอกท่านแม่ แต่เลี่ยงไปพูดถึงท่านตาทวดแทน เพราะเกรงว่าพระชายารุ่ยชินอ๋องจะไม่สบายใจ
พระชายารุ่ยชินอ๋องจึงเข้าใจในที่สุดว่าตลอดทางชิงเทียนเอาแต่เงียบงันเพราะกังวลเรื่องใด
นางครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “ให้แม่ส่งคนไปรับพวกเขามาที่จวน อยู่เป็นเพื่อนเจ้าดีหรือไม่?”
“ได้จริงหรือเจ้าคะ?” ดวงตาของชิงเทียนพลันสว่างวาบ
นางเงยหน้ามองพระชายารุ่ยชินอ๋อง ใบหน้าเล็ก ๆ เปี่ยมด้วยความยินดีและความคาดหวัง
