“เสด็จลุง ท่านจะให้ท่านแม่เป็นผู้ดูแลสำนักศึกษาหญิงหรือเพคะ?”
ชิงเทียนใช้สองมือเกาะโต๊ะทรงงาน พลางกะพริบดวงตากลมโตดำขลับมองฮ่องเต้
เดิมทีรุ่ยชินอ๋องไม่คิดจะรับภาระนี้มาให้ชายา แต่เมื่อเห็นท่าทางของบุตรสาว คำปฏิเสธที่จวนจะเอ่ยออกมากลับถูกกลืนลงคอไปในทันที
“ชิงเทียนเองก็สนใจสำนักศึกษาหญิงหรือ?”
ฮ่องเต้ตรัสจบแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้รุ่ยชินอ๋องเคยกล่าวไว้คล้ายว่าที่พระชายารุ่ยชินอ๋องพาชิงเทียนไปดูสำนักศึกษาหญิง ก็เพราะชิงเทียนสนใจเรื่องนี้
ใครจะคิดว่า เพียงความคิดชั่ววูบของเด็กน้อยคนหนึ่ง กลับกลายเป็นเหตุให้เปิดโปงความทะเยอทะยานก่อกบฏขององค์หญิงใหญ่ได้ในท้ายที่สุด
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ฮ่องเต้ก็ชะงักไปเล็กน้อย
แม้จะไม่ได้ป่าวประกาศให้คนนอกล่วงรู้ แต่ในพระทัยของฮ่องเต้กระจ่างชัดดี
ผู้ที่พบเห็นองค์หญิงใหญ่ปักผ้าในวันไหว้พระจันทร์ แท้จริงแล้วคือชิงเทียน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้ที่มีคุณูปการสูงสุดในการสกัดแผนก่อกบฏขององค์หญิงใหญ่ไว้ได้ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ย่อมเป็นชิงเทียน
ฮ่องเต้ทรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตรัสขึ้นว่า “เราลองคิดดูแล้ว ไม่สู้มอบสำนักศึกษาหญิงให้ชิงเทียนดูแลเสียเลย!”
สิ้นพระดำรัส ทุกคนในห้องต่างนิ่งอึ้ง
รุ่ยชินอ๋องสำลักน้ำลายตนเอง ไอจนเอ่ยคำใดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง
ขณะไอ เขาก็ลอบคิดในใจ ข้ากำลังจะเอ่ยปากรับแทนชายาอยู่แล้ว เหตุใดเสด็จพี่จึงเปลี่ยนพระทัยไวถึงเพียงนี้?
หวังเวยที่ยืนอยู่ข้างพระวรกายฮ่องเต้พลันตื่นตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง
ต้องรู้ว่า คราก่อนตอนฮ่องเต้มีรับสั่งให้คนร่างราชโองการข้ามคืน แต่งตั้งชิงเทียนเป็นองค์หญิง เขาก็ตกตะลึงมาแล้วหนหนึ่ง
ไม่คิดเลยว่าชิงเทียนอายุยังน้อยเพียงนี้ ฮ่องเต้กลับทรงมอบหมายให้นางดูแลสำนักศึกษาหญิงแล้ว
บ่าวไพร่คนอื่นรู้เรื่องราวไม่มากเท่าหวังเวย ย่อมคิดได้ไม่ลึกซึ้งเท่าเขา
แต่ถึงอย่างไร พวกเขาก็ทำงานอยู่ข้างพระวรกายฮ่องเต้ ใครบ้างจะไร้เล่ห์เหลี่ยมในใจสักแปดร้อยประการ?
