เมื่อได้ยินเย่เหล่าต้ากล่าวเช่นนั้น คนอื่น ๆ ในร้านต่างก็เข้าใจขึ้นมาทันที
ก็จริง คนปกติที่ไหนจะจู่ ๆ โมโหใส่คนแปลกหน้า แถมยังพูดจาเหลวไหลเป็นชุดเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่เย่เหล่าต้าซึ่งถูกเขารบกวนโดยไม่มีสาเหตุยังไม่ถือสา คนอื่น ๆ ย่อมไม่คิดเล็กคิดน้อยเช่นกัน
ทุกคนถึงกับพากันเอ่ยชมเย่เหล่าต้า
“พี่ชายท่านนี้ใจกว้างยิ่งนัก หาได้ยากจริง ๆ มา พวกเราชนจอกกันสักจอก”
“คนหนุ่มมีน้ำใจกว้างขวางถึงเพียงนี้ นับว่าไม่ง่ายเลย”
“ชายชราผู้นี้พบคนใจดีเข้าแล้ว หากเป็นข้าตอนหนุ่ม ๆ ป่านนี้คงลงไม้ลงมือไปแล้วก็ไม่แน่”
เมื่อได้ฟังคำพูดของทุกคน ใบหน้าของชายชราก็แดงก่ำราวตับหมู
เขาอดกลั้นแล้วอดกลั้นอีก ท้ายที่สุดก็ทนไม่ไหว ตบโต๊ะลุกขึ้นกล่าวว่า “สมองเจ้าต่างหากที่มีปัญหา!”
แต่ยามนี้ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยวเอ้อหรือลูกค้าคนอื่น ๆ ในร้าน ต่างก็จ้องเขาเขม็งด้วยความโกรธ
วันนี้เขาไม่ได้พาผู้ติดตามมาด้วย ออกเดินทางตามลำพังอย่างเรียบง่าย ยามนี้จึงอดหวั่นใจไม่ได้
ช่างเถิด วีรบุรุษไม่ยอมเสียเปรียบตรงหน้า มังกรแกร่งยังสู้เจ้าถิ่นไม่ได้!
ยิ่งไปกว่านั้น คนมากมายถึงเพียงนี้ นี่คงไปแหย่รังงูเข้าให้แล้ว!
คิดได้ดังนั้น เขาก็ล้วงเบี้ยทองแดงพวงหนึ่งออกจากอกเสื้อ ตบลงบนโต๊ะ ก่อนลุกขึ้นเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวเอ้อเดินเข้ามาเก็บโต๊ะพลางกล่าวว่า “ข้าว่าพี่ใหญ่ท่านนี้พูดถูกจริง ๆ สมองมีปัญหาแน่นอน”
เขาพลางหยิบชามที่ชายชราใช้เมื่อครู่แยกไปวางไว้ด้านข้าง “ทุกท่านวางใจเถิด ประเดี๋ยวข้าจะเอาชามใบนี้ไปให้หมูที่หลังเรือนกิน จะไม่ยกมาให้ทุกท่านใช้อีกแน่”
พอลูกค้าได้ยินก็ตบมือชอบใจกันใหญ่ บรรยากาศในร้านพลันคึกคักขึ้น ดึงดูดผู้คนให้มารุมล้อมต่อแถวรอกินบะหมี่เพิ่มอีกไม่น้อย
เถ้าแก่นั่งอยู่หลังโต๊ะคิดเงิน มองเสี่ยวเอ้อด้วยสีหน้าชื่นชม
เด็กคนนี้ไม่เลว ไหวพริบดีไม่น้อย วันหน้าควรฝึกฝนให้มากขึ้น
หลังชายชราออกไป คนตระกูลเย่จึงเริ่มกินบะหมี่กันต่อ
บะหมี่ของร้านนี้ให้ปริมาณมากและราคาย่อมเยาจริง ๆ
อาสะใภ้ใหญ่เย่กับชิงเทียนแบ่งบะหมี่กันชามหนึ่ง ทั้งคู่กินจนอิ่มหนำ
ส่วนอาสะใภ้สามเย่กินไม่ไหว เหลือไว้หนึ่งในสาม จึงส่งต่อให้เย่เหล่าซาน
