“ผู้อาวุโสเฉิน ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจไป” เจียงหยวนไวไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่หลังจากได้คบหากับครอบครัวของอาสะใภ้ใหญ่เย่มาหลายวัน เขาก็เห็นว่าพวกนางล้วนเป็นคนซื่อตรง ดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นโดยไม่ซักถามก่อนว่า “เรื่องนี้ต้องมีความเข้าใจผิดบางอย่างแน่”
ชายชรายังเห็นแก่หน้าเจียงหยวนไวอยู่บ้าง แม้สีหน้าไม่สู้ดีนัก แต่ก็หยุดฝีเท้าลง
อาสะใภ้ใหญ่เย่สับสนงุนงงไปหมด จึงกล่าวกับเจียงหยวนไวว่า “ท่านหยวนไว่ ในเมื่อที่นี่มีแขก ข้าขอตัวกลับก่อน ไว้ท่านว่างเมื่อใด ข้าค่อยมาใหม่”
นางเพิ่งพูดจบ ยังไม่ทันที่เจียงหยวนไวจะเอ่ยปาก ชายชราก็เดือดดาลขึ้นมาอีกครั้ง
“ดูสิ ข้าพูดว่าอย่างไร นั่นปะไร!” ชายชรากล่าวอย่างขุ่นเคือง “ข้าชอบคนพูดจาตรงไปตรงมา ไม่ชอบคนเล่นเล่ห์ทำทีเป็นปฏิเสธเพื่อเรียกร้องความสนใจที่สุด!”
อาสะใภ้ใหญ่เย่แม้เป็นคนอารมณ์ดี แต่ดังคำกล่าวที่ว่า แม้แต่ตุ๊กตาดินปั้นยังมีอารมณ์อยู่บ้าง!
“ท่านผู้เฒ่า เห็นแก่ที่ท่านอายุมาก ข้าจึงให้ความเคารพผู้อาวุโส แต่การเป็นคนก็ไม่ควรเกินเลยนัก!
“ข้าไม่รู้จักท่านเลยแม้แต่น้อย และไม่มีสิ่งใดต้องร้องขอจากท่าน ยิ่งไม่มีเหตุผลจะต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมหรือทำทีเป็นปฏิเสธเพื่อเรียกร้องความสนใจ
“ข้าว่าท่านคงชินกับการที่คนรอบข้างคอยประจบประแจง จนคิดว่าทุกคนอยากเข้าไปเลียแข้งเลียขาท่านกระมัง!
“ข้าบอกไว้เลย ข้าไม่สนใจ!”
อาสะใภ้ใหญ่เย่พูดจบก็สูดหายใจลึกเพื่อสงบอารมณ์ จากนั้นกล่าวขอโทษเจียงหยวนไว ก่อนหมุนกายจากไป
ชายชรายืนนิ่งงันอยู่กับที่
แม้แต่เจียงหยวนไวยังตกใจกับอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมาอย่างกะทันหันของอาสะใภ้ใหญ่เย่
ทว่าเจียงหยวนไวไม่เพียงไม่โกรธ กลับยิ่งชื่นชมอาสะใภ้ใหญ่เย่มากขึ้น
คนใจดีที่ไม่มีอารมณ์โกรธแม้แต่น้อย หากคิดจะสร้างกิจการให้เป็นชิ้นเป็นอัน ย่อมยากยิ่ง
อาสะใภ้ใหญ่เย่ปกติอ่อนโยนมีไมตรี แต่เมื่อถูกคนรังแกก็ยังรู้จักตอบโต้ได้อย่างเหมาะเจาะ!
หลังจากเจียงหยวนไวทอดถอนใจอยู่ในใจแล้ว ก็เริ่มจัดการเรื่องที่เหลือต่อ
เขายื่นมือดึงชายชราให้นั่งลง พลางกล่าวว่า “ผู้อาวุโสเฉิน เล่าให้ข้าฟังหน่อยเถิดว่าเรื่องนี้เป็นมาอย่างไร ข้าคิดว่าต้องมีความเข้าใจผิดอยู่แน่”
