อาสะใภ้สามเย่ผลักเงินเศษตรงหน้าไปให้เย่เหล่าซาน
“ประเดี๋ยวเจ้าพกติดตัวไว้เถิด ข้าทนความรู้สึกหวาดระแวงเช่นนี้ไม่ไหวแล้ว”
เย่เหล่าซานรวบเงินเข้าด้วยกัน ก่อนใส่ลงในสายคาดเอวที่อาสะใภ้สามเย่เย็บให้ แล้วคาดไว้ด้านในเสื้อตัวนอกของตน
จากนั้นเขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันไปหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งลงมาจากตู้เสื้อผ้า
มองปราดเดียวก็รู้ว่ากล่องเพิ่งทำเสร็จได้ไม่นาน ยังไม่ได้ลงสี แต่ขัดจนเรียบเนียน ไม่มีเสี้ยนแม้แต่น้อย
“นี่คืออะไร?”
“เจ้าไม่ได้บอกให้ข้าทำไม้ต่อบล็อกให้ชิงเทียนหรือ” เย่เหล่าซานเอ่ยพลางเปิดกล่อง
ภายในกล่องยังมีกลไกซ่อนอยู่ พอเปิดออก ถาดหลายชั้นก็เลื่อนยกขึ้นมา แต่ละชั้นวางไม้ต่อบล็อกหลากรูปทรงเอาไว้
ยิ่งไปกว่านั้น ไม้ต่อบล็อกในแต่ละชั้นยังประกบเข้าด้วยกันได้อย่างพอดิบพอดี
แม้อาสะใภ้สามเย่จะอธิบายไม่ถูกว่าเพราะเหตุใด แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้า นางกลับรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างประหลาด
นางหยิบไม้ต่อบล็อกชิ้นหนึ่งขึ้นมาดู ไม่รู้ว่าทำจากไม้ชนิดใด แต่เมื่อจับแล้วรู้สึกหนักมืออยู่บ้าง ไม่เบาหวิว อีกทั้งยังขัดจนเรียบเนียนทุกชิ้น
“แต่เดิมข้าคิดว่าทำแค่นี้ก็คงพอแล้ว มาคิดดูตอนนี้ หรือจะดูเรียบเกินไปหน่อย? ลงสีสักหน่อยน่าจะงามกว่า”
“ใช่ ๆ ควรลงสีสักหน่อย ข้าจำได้ว่าของในร้านล้วนมีสีสันสดใส เด็ก ๆ ชอบของสวยงามกันทั้งนั้น”
“เดิมทีข้าคิดจะทำให้เสร็จเร็ว ๆ แล้วให้เจ้านำกลับไปให้ชิงเทียนเล่นวันนี้ ดูท่าคงต้องรอคราวหน้าแล้ว”
เย่เหล่าซานเอ่ยพลางปิดฝากล่อง แล้วนำกลับไปวางที่เดิม
“เจ้าหาเวลาว่างไปดูที่ร้านเสียก่อนว่าพวกเขาทำกันอย่างไร ของทำออกมาได้งามถึงเพียงนี้ หากลงสีแล้วทำเสียขึ้นมาคงไม่ดี”
“ข้าจะลงสีเป็นได้อย่างไร!” เย่เหล่าซานกล่าว “แต่ในร้านมีคนชำนาญเรื่องนี้ ไม่เพียงลงสีได้งาม ยังวาดภาพเป็นด้วย ไว้ข้าจะเลี้ยงข้าวเขาสักมื้อ แล้วขอให้ช่วยสักหน่อย”
“เช่นนั้นข้าจะเก็บเงินไว้ให้เจ้า” ก่อนหน้านี้อาสะใภ้สามเย่ยังนึกไม่ถึง พอได้ฟังคำของเย่เหล่าซานก็พลันคิดขึ้นมาได้ “ยามนี้เจ้าทำงานอยู่ในร้าน มีคนมากมาย พอเจ้าไปอยู่ที่นั่นคนเดียว ย่อมมีคนไม่พอใจเป็นแน่
“ยามว่างก็เลี้ยงของกินพวกเขาบ้าง
