จากนั้นคนในทีมเอ ก็พากันปรบมือตาม หลินเสี่ยวหรานถึงกับลุกขึ้นยืน ปรบมือจนฝ่ามือเจ็บไปหมด
น่าขันตรงที่เพ่ยหนานในฐานะหัวหน้าโดยตรงของเจียงหวาน กลับไม่ได้ปรบมือให้เธอเลย
คนแรกที่ออกจากห้องประชุมคือหัวหยาน
เคนนี่ส่ายหน้า หยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปเช่นกัน
เฉินเหวยพูดขึ้นเป็นคนสุดท้าย “วันนี้พอแค่นี้ก่อน เพ่ยหนานมาหาผมที่ห้องทำงานด้วย เลิกประชุม”
คนหลายสิบคนพากันกรูออกจากห้องประชุม เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่ว
เพ่ยหนานถือโน้ตบุ๊กเดินออกไป ถังหนิงกับพานเจียเจียก็วิ่งออกไปเช่นกัน สุดท้ายเจียงหวานกับหลินเสี่ยวหรานจึงเป็นคนเอาคอมพิวเตอร์สำหรับการประชุมไปคืนแผนกสนับสนุน
หลินเสี่ยวหรานกระซิบว่า “เจียงหวาน วันนี้ต้องขอบคุณเธอที่ช่วยพลิกสถานการณ์กู้ทีมซีไว้ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงตกงานกันจริง ๆ”
เจียงหวานไม่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ขนาดนั้น การจะยุบหรือคงทีมไว้ขึ้นอยู่กับว่าทีมสร้างผลประโยชน์ให้บริษัทได้หรือไม่ แค่พาวเวอร์พอยต์ชุดเดียวเปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอก
แต่อย่างน้อยเคนนี่ก็ยอมผ่อนปรนให้ ทีมซีจึงยังพอมีทางรอดไปได้ชั่วคราว
“คงไม่ถึงขั้นตกงานหรอก แต่โบนัสเดือนนี้คงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว ต่อจากนี้ก็ต้องทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัวเข้าไว้”
“เธอว่าผู้อำนวยการเพ่ยถูกผีสิงหรือเปล่า ถึงได้ผลักตัวเองลงหลุมไฟแบบนั้น”
“ผู้อำนวยการเพ่ยทำงานในวงการนี้มานานกว่าพวกเรา เธอคิดว่าเขาเดาไม่ออกหรือไงว่าวันนี้จะจบลงแบบนี้”
“แล้วทำไมเขาถึงยังปกป้องถังหนิง แถมยังใส่ร้ายเธออีกล่ะ จริงสิ เมื่อกี้ทำไมเธอไม่อธิบาย ทั้งที่ทำพาวเวอร์พอยต์ไว้ล่วงหน้าแล้วแท้ ๆ”
