เจียงหวานรีบโบกมือปฏิเสธเพื่อปกป้องตัวเอง “ไม่ใช่ ๆ! คุณเพิ่งอายุยี่สิบแปดเอง! ทั้งหนุ่มทั้งเก่ง กำลังอยู่ในวัยรุ่งเรือง จะเป็นคนวัยกลางคนได้ยังไง!”
หัวหยานหัวเราะออกมาครั้งหนึ่ง เสียงหัวเราะนั้นทำให้เจียงหวานรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
เธอมองใบหน้าของเขาที่สะท้อนอยู่บนประตูกระจกอย่างหวาด ๆ “เจ้านายคะ ฉันพูดจริงทุกคำเลยค่ะ”
“แล้วหน้าแดงทำไม?”
“ฉัน...” เจียงหวานยกมือพัดให้ตัวเอง “ข้างนอกร้อนแดดนิดหน่อยค่ะ ฮ่า ๆ...”
ประตูลิฟต์เปิดออก เจียงหวานก็วิ่งหนีไป
หัวหยานส่ายหน้า ทุกครั้งก็ต้องวิ่งหนี เขาน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือไง?
เจียงหวานวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว พอทิ้งระยะห่างจากหัวหยานได้บ้าง ฝีเท้าจึงค่อยช้าลง
พอเดินผ่านมุมทางเลี้ยว จู่ ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินชนเธอเข้าอย่างจัง
“ขอโทษครับ คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เจียงหวานเซถอยหลังไปหลายก้าว หมวกแก๊ปหล่นลงบนพื้น
แขนของเธอเจ็บแปลบจากแรงชน เธอขมวดคิ้วมองชายหนุ่ม
“ขอโทษนะครับ ชนจนคุณเจ็บหรือเปล่า?”
หัวหยานเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ จึงเดินเข้ามาถาม “เป็นอะไรไหม?”
เจียงหวานตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ”
หัวหยานก้มเก็บหมวกแก๊ปของเจียงหวานขึ้นมา “เดินไม่ดูทางเลยหรือไง?”
“ก็ฉันกำลังหลบหัวเซียวอยู่นี่คะ วันนี้เธอไล่ตามฉันมาถึงสระว่ายน้ำเลย!”
“คราวหน้าดูทางด้วย”
“เจียงเสี้ยวไป๋ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ เชื่อไหมว่าฉันจะถลกหนังแกทิ้ง!”
