หลินเจี้ยนกั๋วเดินออกมาจากห้องด้านใน ก็เห็นพี่น้องสามคนนั่งอยู่บนม้านั่งยาว โดยมีหลินเป่านอนคว่ำเปลือยก้นพาดอยู่บนตักของทั้งสามคน
พวกเขาถือยาทาแผลอยู่ในมือ กำลังช่วยทายาให้หลินเป่า
หลินเจี้ยนกั๋วแทบจะโมโหจนหัวเราะออกมา เจ้าตัวเล็กนี่เพิ่งโดนตีจนยับเยินไปหยก ๆ
แต่ตอนนี้กลับยังเกาะติดพี่น้องสามคนนี้ได้อีก ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วจริง ๆ
หลินจือใช้มือนวดก้นที่บวมของหลินเป่า ปากก็ยังไม่วายบ่นว่า
“ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าเจ็บ คราวหน้าจะยังกล้าพูดเหลวไหลอีกหรือเปล่า?”
หลินเป่านอนพาดอยู่บนตักพี่สาวกับพี่ชาย ส่งเสียงครางหงิง ๆ พร้อมสูดจมูกตอบว่า
“ไม่กล้าแล้ว...พี่ใหญ่เบามือหน่อย เจ็บมากเลย!”
หลินซูเม้มปากยิ้มอยู่ข้าง ๆ พลางช่วยทายาให้
“พี่เบามือหน่อยเถอะ เสี่ยวเป่ารู้ผิดแล้วก็พอแล้ว!”
พอทายาเสร็จ หลินเป่าก็สวมกางเกงอย่างกระโผลกกระเผลก
เขาเข้าไปคลอเคลียหลินจืออยู่นาน กว่าจะได้เนื้อแห้งมาหนึ่งชิ้นจากมือของหลินจือ
ทุกคนนั่งหยอกล้อกันไป เคี้ยวเนื้อแห้งกันไป แม้แต่อากาศก็ยังอบอวลไปด้วยความอบอุ่นที่หาได้ยาก
หลินเจี้ยนกั๋วกระแอมสองสามครั้งก่อนถามว่า
“ฉางซง เสี่ยวเป่า พวกใกล้จะปิดเทอมแล้วใช่ไหม?”
พอหลินฉางซงกับหลินเป่าได้ยิน เนื้อแห้งในมือก็พลันหมดรสชาติ
ทุกปีพอปิดเทอมฤดูร้อน พวกเขาก็ต้องกลับชนบทไปช่วยปู่ย่าทำงาน แลกแต้มแรงงาน
เป็นแบบนี้ทุกปี จนพวกเขากลัวกันไปหมดแล้ว
งานไร่นาเหนื่อยเกินไป
หลินเจี้ยนกั๋วพยักหน้า “ปิดวันไหน?”
หลินฉางซงกับหลินเป่าตอบพร้อมกันว่า “มะรืนนี้!”
