หลินเป่าส่ายหน้ารัวราวกับกลองป๋องแป๋ง ร้องไห้จนหายใจแทบไม่ทัน
“ไม่แล้ว ไม่ทำอีกแล้ว... พี่ใหญ่ เจ็บจัง!”
หลังถูกตีจนเสร็จ หลินเป่าก็ทรุดลงกับพื้น ร้องไห้จนเสียงแทบแหบ
คุณครูจางเองก็ตกใจ เขาแค่อยากให้ผู้ปกครองช่วยอบรมเด็กเสียหน่อย ปล่อยไว้แบบนี้ต่อไป เด็กคงเสียคนได้ง่าย ๆ
พี่สาวคนโตบ้านหลินนี่ลงมือเด็ดขาดจริง ๆ นี่เข้าทำนองไม้เรียวสร้างคนกตัญญูหรือไง?
หลินจือโยนเถาวัลย์ในมือลงไปในอ้อมแขนของหลินเจี้ยนกั๋ว แล้วปัดมือพลางพูดว่า
“คุณครูจาง ท่านดูสิ เด็กคนนี้ต้องถูกสั่งสอนให้เข็ดหลาบ ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าผิด
วันนี้หนูกล้าพูดต่อหน้าเพื่อนบ้านทุกคนเลยว่า คราวหน้าเขายังกล้าทำเรื่องผิดทำนองคลองธรรมแบบนี้ รังแกคนอื่นอีก
หนูจะมัดเขาส่งไปฝ่ายรักษาความปลอดภัย ให้โรงงานจัดการเอง”
จ้าวซิ่วเหลียนชี้หน้าหลินจือด้วยมือสั่นเทา
“นังตัวซวย! แกมีสิทธิ์อะไรมาตีลูกชายฉัน?”
หลินเจี้ยนกั๋วกับจ้าวซิ่วเหลียนยืนพิงกัน สีหน้าเหมือนอยากพุ่งเข้ามาฉีกหลินจือเป็นชิ้น ๆ
หลินจือรู้ดีว่าหลินเจี้ยนกั๋วกับจ้าวซิ่วเหลียนรักลูกชายคนเล็กคนนี้มากแค่ไหน
เพราะตามใจแบบนี้ หลินเป่าถึงได้เสียคน ในยุคสมัยนี้ ใครจะกล้าเอ่ยถึงการแจ้งความหรือการเขียนป้ายตัวโตประณามคนอื่นกัน?
มีแต่เขานี่แหละที่กล้าฝืนกระแสทำเรื่องต้องห้าม
เธอข้ามมาอยู่ในยุคนี้ ไม่ได้มาเพื่อทนทุกข์เสียหน่อย
หลินเป่าไม่รู้จักหนักเบาขนาดนี้ ถ้าสุดท้ายลากเธอให้โดนส่งไปชนบทด้วยจะทำยังไง
ดีแล้วที่เห็นเค้าลางตั้งแต่ตอนนี้ จะได้รีบตัดไฟเสียแต่ต้นลม ป้องกันไม่ให้เขาก่อเรื่อง
