หลินจือคีบเนื้อหัวหมูใส่ชามให้อีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์
“ร้องไห้อะไรนักหนา? ไม่เอาไหนเลย ผู้ชายห่วย ๆ แบบนั้นไปแล้วก็ไปสิ จะได้มีที่ว่างให้เรา
กินเนื้อเยอะ ๆ บำรุงร่างกาย จะได้มีแรงไปหาคนใหม่”
หลินซูสูดจมูก พลางทำหน้างุนงง
“พี่ ฉันแค่เสียใจ เราเคยรักกันดีขนาดนั้น เขายังรับปากว่าจะแต่งงานกับฉันเลย
ทำไมเวลาสั้น ๆ แค่นี้ เขาถึงเปลี่ยนไปได้ทันที?”
“คำสัญญาของผู้ชายก็เหมือนลมพัดผ่าน
เขาพูดว่าจะแต่งงานแล้วเธอก็เชื่อหรือ? ปากพูดจาหวานหู แต่ในใจคิดคำนวณไปหมด
ยังดีที่ตอนนี้ยังไม่สายเกินไป ถ้าแต่งงานกันแล้วค่อยเผยธาตุแท้ แบบนั้นต่างหากถึงจะทำให้เธอซวย”
หลินจือกินข้าวเสร็จ ก็ล้างปิ่นโตอะลูมิเนียม แล้วพูดกับหลินซูไปด้วย
“ฉันไปทำงานก่อน คราวหน้าจะคบใครก็ลืมตาดูให้ดี
ครอบครัวเซี่ยไป๋แบบนั้น ต่อให้ยกให้ฉัน ฉันก็ไม่เอา”
หลินซูมองหลินจือที่เดินห่างออกไปอย่างเหม่อลอย ก่อนจะรีบตามไป
“พี่ รอฉันด้วย หมายความว่ายังไง?”
“หมายความว่ายังไงน่ะหรือ? ในยุคนี้ ผู้หญิงแต่งงานก็เหมือนได้เกิดใหม่
มองแค่ผู้ชายจะไปมีประโยชน์อะไร? ต้องดูครอบครัวเบื้องหลังเขาด้วย
ลองดูบ้านเซี่ยไป๋สิ นอกจากขูดรีดเธอแล้ว ยังให้อะไรเธอได้อีก? โง่จริง ๆ!”
หลินจือเลี้ยวกลับเข้าไปในสำนักงาน ส่วนหลินซูเดินคอตกกลับไปที่ห้องการเงิน
ตอนหลินจือกลับมาถึงสำนักงาน ในห้องของผู้อำนวยการโรงงานกำลังส่งเสียงเอะอะวุ่นวาย
“เฉินสือจู้ คุณมันคนใจดำ! ฉันแต่งงานกับคุณมาตั้งหลายปี แค่ขอเรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ คุณยังรับปากไม่ได้หรือ?”
