ข้าง ๆ พวกนางทั้งสามยังมีเด็กอีกสามคนกำลังตีกันอยู่ ดูแล้วอายุราวหกขวบ ในนั้นมีหลินเป่าด้วย
หลินจือกับหลินซูก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รีบถามทันทีว่า
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงตีกันล่ะ?”
หญิงวัยกลางคนสามคนนั้นผมเผ้ายุ่งเหยิง จนดูไม่ออกว่าใครเป็นใคร
พอได้ยินหลินซูพูด หวังฟางก็ยกแขนกอดอก มองอย่างสนอกสนใจแล้วตอบว่า
“จะอะไรเสียอีก สามคนนี้แข่งกันมาตั้งแต่สาว ๆ จนถึงตอนนี้ วันนี้คงทนไม่ไหวแล้วล่ะ”
พอได้ยินเช่นนั้น หลินซูก็นึกออกทันทีว่าเป็นใคร
คนหนึ่งที่คอยแข่งกับจ้าวซิ่วเหลียนคือซ่งผิงจากตระกูลเซี่ยที่อยู่บ้านข้าง ๆ อีกคนคือกัวไห่เสีย ภรรยาของผู้อำนวยการกัว
ทั้งสามคนเป็นพนักงานโรงงานสิ่งทอ ต่างแข่งกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง
ส่วนหลินเจี้ยนกั๋ว เซี่ยต้าซู่ และกัวซวงเฉวียน ต่างก็เป็นผู้บริหารระดับกลางถึงสูงของโรงงานช่างกล
ภรรยาของพวกเขาก็รู้จักกันในงานเลี้ยงสังสรรค์ ล้วนทำงานโรงงานสิ่งทอ
ยิ่งไปกว่านั้น หลินเป่า เซี่ยลิ่วหั่ว และกัวเย่าจู่ต่างก็อายุหกขวบ เกิดปีเดียวกันทั้งนั้น
สามครอบครัวนี้แข่งกันมาหลายปีแล้ว
ปีนี้กัวซวงเฉวียนได้เลื่อนขึ้นเป็นผู้อำนวยการโรงงาน กัวไห่เสียเลยเชิดหน้าชูคอเสียจนแทบจะลอยขึ้นฟ้าในช่วงสองสามวันนี้
เมื่อวานหลินซูยังได้ยินจ้าวซิ่วเหลียนบ่นอยู่เลย วันนี้ก็ลงไม้ลงมือกันแล้วหรือ?
หวังฟางเบ้ปาก ก่อนเล่าต่อว่า
“ก็วันนี้ซ่งผิงยกงานให้เซี่ยซานจินน่ะสิ เลยอารมณ์ร้อน
จ้าวซิ่วเหลียนกับกัวไห่เสียก็ปากเสียไปล้อเลียนนางเข้า สุดท้ายเลยตีกัน
เด็กสามคนนู้นก็ทะเลาะกันเพราะอยากแก้แค้นแทนแม่ตัวเอง”
