หลินจือกอดอกพิงกำแพงดูเรื่องสนุก มองจ้าวซิ่วเหลียนพุ่งเข้าไปขวางหลินฉางซง
“แกบ้าไปแล้วหรือ? ถ้าตีลูกชายฉันจนเจ็บ แกชดใช้ไหวหรือ?”
ทันใดนั้น หลินซูก็เอ่ยขึ้นว่า
“พอเถอะ อย่าทะเลาะกันเลย ฉันยกงานให้เว่ยหมินก็แล้วกัน”
หลินจือกับหลินฉางซงต่างมองหลินซูอย่างตกตะลึง พี่น้องคู่นี้อุตส่าห์ก่อเรื่องให้วุ่นวายถึงเพียงนี้ ก็เพื่อแย่งงานให้หลินซูไม่ใช่หรือ
จู่ ๆ นางจะยกงานให้แบบนี้หมายความว่าอย่างไร?
หลินซูก้มหน้าหลุบตา ปลายนิ้วบีบชายเสื้อจนยับ น้ำตาหยดลงทีละหยาด
“อย่าแย่งกันเลย บ้านสงบทุกอย่างก็ราบรื่น เพื่อแค่งานงานเดียว ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้”
หลินฉางซงถอนหายใจ คลายมือจากคอเสื้อหลินเว่ยหมิน สีหน้าหมดอาลัยตายอยาก ก่อนเอ่ยกับหลินจือว่า
“ก็เป็นแบบนี้อีกแล้ว ผมชินแล้ว ควรชินตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ”
หลินจือพอจะเข้าใจหลินฉางซงแล้ว หลายปีที่ผ่านมา คงเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้นไม่น้อย
จ้าวซิ่วเหลียนรังแกหลินซู หลินฉางซงก็ออกหน้าแทนนาง
สุดท้ายหลินซูกลับมีจิตใจเมตตาเกินเหตุ ถูกคำพูดน่าสงสารของจ้าวซิ่วเหลียนหลอกให้เห็นอกเห็นใจอีกฝ่าย จนทำร้ายจิตใจหลินฉางซง
ทำตัวเป็นคนดีพร่ำเพรื่อครั้งแล้วครั้งเล่า จนหลินฉางซงด้านชาไปเสียแล้ว
หลินจือพอจะเข้าใจแล้วว่าหลายปีมานี้หลินฉางซงใช้ชีวิตอย่างไร
นางเอกคนนี้นี่คิดอะไรไม่เป็นเลยหรือไง!
หลินฉางซงกลับไปนั่งบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าหม่นหมอง หลังจากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีกสักคำ
มีเพียงจ้าวซิ่วเหลียนที่ยิ้มจนปากแทบฉีก “โอ๊ย ซูซูบ้านเรานี่รู้ความจริง ๆ”
