หลินซูถูกหลินจือมองจนชะงักไป พอนึกถึงคำพูดของหลินจือ ความสับสนในแววตาก็ค่อย ๆ จางลง
“พี่ ฉันรู้แล้ว แค่รู้สึกไม่สบายใจเท่านั้นเอง”
หลินลี่เซี่ยไม่ค่อยพอใจนัก คำว่าผู้ชายที่แปดเปื้อนหมายความว่าอย่างไรกัน?
ทั้งที่นางก็รู้ว่าในอนาคตเซี่ยไป๋จะมีผู้หญิงอีกหลายคน แต่นางก็ยังอยากแต่งงานกับเขา
นี่เป็นทางลัดที่ดีที่สุดหลังจากนางกลับมาเกิดใหม่
นางแค่อยากใช้ชีวิตอย่างที่หลินซูเคยใช้ในชาติก่อนเท่านั้น
พอหลินจือพูดแบบนี้ ทำไมฟังแล้วถึงรู้สึกแปลก ๆ ไปหมดนะ?
จ้าวซิ่วเหลียนคิดว่าคำพูดของหลินจือหยาบคายเกินไป แม้จะมีเหตุผลอยู่บ้างก็ตาม
แต่ใครเขาจะพูดถึงส้วมกลางโต๊ะอาหารกัน?
ถึงอย่างนั้น ตอนนี้นางก็มัวแต่กังวลเรื่องหลินเว่ยหมินต้องไปชนบท
“ในเมื่อซูซูคิดได้แล้ว เรื่องนี้ก็ให้มันจบไปเถอะ รีบกินข้าวกัน อาหารเย็นหมดแล้ว”
หลินลี่เซี่ยซ่อนความไม่ยินดีในแววตา ก่อนจะหันไปพูดกับหลินซูว่า
“ซูซู ฉันขอโทษจริง ๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจแย่งคนรักของเธอ
ถ้าฉันรู้ตั้งแต่แรกว่าพวกเธอคบกันอยู่ ฉันคงอยู่ให้ห่างจากเซี่ยไป๋แน่”
จ้าวซิ่วเหลียนกับหลินจือกลอกตาพร้อมกัน คำพูดนี้ฟังดูเสแสร้งชอบกล
ถ้าคิดจะทำจริง ตอนนี้จะอยู่ให้ห่างก็ยังทัน
แต่ไม่มีใครพูดออกมา หลินซูก็แค่ต้องอยู่ให้ห่างจากตระกูลเซี่ยก็พอ
หลินซูเหลือบมองหลินลี่เซี่ย
“ไม่ต้องขอโทษหรอก ของที่แย่งไปได้ก็ไม่ใช่ของของฉัน พี่ฉันพูดถูกแล้ว
ในเมื่อเธออยู่กับเขาแล้ว ก็ไปคุยกับลุงใหญ่และป้าสะใภ้ใหญ่ รีบแต่งงานกันเสียเถอะ”
