พนักงานขายหลังเคาน์เตอร์นาฬิกาเป็นหญิงวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกว่า
พอเห็นหลินจือเดินเข้ามา เธอก็ยิ้มแนะนำ ชี้ไปยังนาฬิกาที่เรียงอยู่หลังตู้กระจกพลางถามว่า
“สหายอยากได้แบบไหนจ๊ะ? ยี่ห้อเซี่ยงไฮ้หรือยี่ห้อตงเฟิง? ลองดูว่าชอบแบบไหน”
หลินจือขยับเข้าไปดู หน้าปัดนาฬิกาในตู้กระจกขัดจนวาว ตัวเรือนสีเงินอมเทาสะท้อนแสงเย็น เข็มเดินอย่างมั่นคง
เธอมองทีละเรือน ก่อนเอ่ยว่า “คุณน้าช่วยดูหน่อยสิคะ ว่าผู้หญิงน่าจะชอบแบบไหน”
เธออยู่ในยุคสิ้นโลกมานาน สายตาเลยออกจะเอนไปทางแบบผู้ชาย จึงอยากให้คุณน้าช่วยเลือกให้
พนักงานขายได้ยินแล้วก็ยิ้ม ใช้นิ้วเคาะตู้กระจกก่อนเลือกนาฬิกาสายเล็กออกมาสองเรือน
“ลองดูสองเรือนนี้สิ ขนาดเล็กทั้งคู่ สาวน้อยผิวเนื้อละเอียดสวมแล้วดูอ่อนหวาน นาฬิกายี่ห้อเซี่ยงไฮ้เรือนนี้กับยี่ห้อตงเฟิงเรือนนี้ หน้าปัดดูละมุน เหมาะกับหนู ลองสวมดูสิ”
หลินจือก้มลงดูใกล้ ๆ ก็เห็นว่าสวยกว่านาฬิกาผู้ชายจริง ๆ เธอหยิบทั้งสองเรือนขึ้นมาชั่งน้ำหนักในมือ เรือนยี่ห้อเซี่ยงไฮ้มีขนาดพอดีกับข้อมือของเธอ
เธอพลิกดูไปมาหลายรอบ ก่อนแนบหูฟังเสียงกลไก
เสียงเดินของเข็มสม่ำเสมอและหนักแน่น เธอตัดสินใจเลือกเรือนนี้ทันที
“เอาเรือนนี้ค่ะ ฉันชอบ”
พนักงานขายตอบรับอย่างคล่องแคล่ว
“เรือนนี้ยี่ห้อเซี่ยงไฮ้ ราคา 120 หยวนกับคูปองซื้อนาฬิกาจ้ะ”
หลินจือไม่รีรอ ล้วงเงินออกมานับ 120 หยวนพร้อมคูปองซื้อนาฬิกาแล้วยื่นให้พนักงานขาย
“พอดีเลย จะสวมไปตอนนี้หรือให้ห่อกลับจ๊ะ?”
หลินจือสวมไว้ที่ข้อมือทันที ยิ้มแล้วเดินไปยังเคาน์เตอร์ขายของกิน
