“ฉันไม่ได้บ่นสักหน่อย ลูกชายตั้งหลายคน ต่างก็ต้องแต่งเมียกันทั้งนั้น แต่มีแค่เมียของลูกชายคนโตที่เป็นคนชนบท
พวกน้อง ๆ จะเคารพเธอได้ยังไง?
พวกเรายังต้องพึ่งลูกชายคนโตเลี้ยงดูยามแก่ด้วย”
ซ่งผิงไม่ชอบหลินลี่เซี่ยเอาเสียเลย
“คุณคิดไปไกลเกินแล้ว พวกเราเพิ่งอายุสี่สิบกว่า เรื่องในอนาคตค่อยว่ากันทีหลังเถอะ
เรื่องนี้ให้ลูกชายตัดสินใจเองดีกว่า ทางหลินลี่เซี่ยยังพอคุยกันได้
ส่วนทางตลาดมืดก็ยังไม่แน่ว่าจะเป็นยังไง”
เซี่ยต้าซู่กลัวเหลือเกินว่าคนจากโรงงานช่างกลจะรู้เรื่องที่เซี่ยไป๋ทำ
ช่วงนี้ต้องระวังหน่อย ถ้าคนคนนั้นเป็นคนของโรงงานช่างกลจริง เขาต้องเอาเรื่องนี้มาข่มขู่ตระกูลเซี่ยแน่
ไม่ว่าเซี่ยต้าซู่กับซ่งผิงจะไม่พอใจหลินลี่เซี่ยมากแค่ไหน
ทางเซี่ยไป๋กับหลินลี่เซี่ยกลับเข้ากันได้ดีทีเดียว
วันนี้หลินลี่เซี่ยสวมชุดกระโปรงลายดอกสีซีดจากการซักหลายครั้ง ผมสั้นของเธอติดกิ๊บไว้ ดูงดงามสดใส
พอเห็นเซี่ยไป๋ออกมา เธอก็ยิ้มพลางเดินเข้าไปหา แล้วยื่นห่อกระดาษในมือให้เขา
“พ่อแม่ฉันมาแล้ว ตอนเย็นอารองซื้อกับแกล้มจากร้านอาหารของรัฐกลับมา
ฉันเอาเนื้อตุ๋นซีอิ๊วมาให้ชิ้นหนึ่ง ลองชิมดูสิ”
เซี่ยไป๋รับห่อกระดาษมา บีบดูแล้วก็รู้ว่าเป็นเนื้อตุ๋นซีอิ๊วจริง ๆ แถมยังมีตั้งหลายชิ้น
เขาหยิบชิ้นหนึ่งยัดเข้าปาก ความหงุดหงิดในใจพลันบรรเทาลงไปบ้าง
เขายื่นมือไปจับมือหลินลี่เซี่ย ก่อนจะลดเสียงลงเอ่ยว่า
“พ่อแม่ฉันรู้ว่าพ่อแม่เธอมาแล้ว กำลังพูดกันว่าจะให้แม่สื่อไปสู่ขอ”
ทั้งสองเดินเคียงกันไปบนถนน เซี่ยไป๋เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน
หลินลี่เซี่ยดีใจอยู่ในใจ เดิมทีเธอยังกังวลว่าเซี่ยไป๋จะยืดเยื้อไม่ยอมตกลง คิดไม่ถึงว่าเขาจะรับปากง่ายดายขนาดนี้
