หลินจือเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า สุดท้ายคนตระกูลหลินและเซี่ยเจิ้งที่อยู่รอบตัวเธอจะต้องแยกย้ายกันไปคนละทางหรือเปล่า
เธอถือข้าวของของตัวเองกลับมาถึงบ้านในตึกพักรวมด้วยหัวใจขมขื่น
ที่บ้านมีแค่หลินลี่เซี่ยอยู่คนเดียว นับตั้งแต่เรื่องคราวก่อน
อีกฝ่ายก็ไม่กล้าเข้าไปในห้องของหลินจือกับหลินซูอีก
พอเห็นหลินจือกลับบ้านในเวลานี้ก็ประหลาดใจเล็กน้อย
“ทำไมกลับบ้านเวลานี้ล่ะ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
หลินลี่เซี่ยคิดอยู่แล้วว่าหลินจือคนไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจะต้องก่อเรื่อง จางั้นเมื่อคืนอาสองกับอาสะใภ้ยังปกป้องเธอเสียขนาดนั้น
ใครจะคิดว่าวันรุ่งขึ้นเธอก็ตบหน้าพวกเขาฉาดใหญ่
หลินจือเหลือบมองหลินลี่เซี่ย ก่อนวางข้าวของลงบนโต๊ะ
“หลินลี่เซี่ย ดูเหมือนเธอจะอยากให้ฉันเกิดเรื่องมากเลยนะ ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะเป็นผีสางมารร้ายอะไร
แต่อย่ามายุ่งกับฉัน เว้นแต่ว่าเธอจะเบื่อชีวิตแล้ว”
พอได้ยินหลินจือพูดเช่นนี้ หลินลี่เซี่ยก็ผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความตกใจ คำว่าผีสางมารร้ายหมายความว่ายังไง?
หรือว่าเธอก็กลับมาเกิดใหม่เหมือนกัน?
ไม่สิ ชาติที่แล้วหลินจือเป็นแค่คนสวยไร้สมอง
ดึงดันแย่งเซี่ยไป๋กับหลินซู สุดท้ายก็ตายในคุก
เธอไม่เคยมีสีหน้าดุดันหรือเรี่ยวแรงมหาศาลขนาดนี้
ต่อให้กลับมาเกิดใหม่ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะจู่ ๆ มีแรงเยอะจนผิดมนุษย์หรอกมั้ง?
ช่วงนี้หลินลี่เซี่ยพูดเรื่องแต่งงานกับเซี่ยไป๋ แต่เซี่ยไป๋กลับบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมแต่งกับเธอ
เธอโกรธจนขาดสติ เอาแต่หาเรื่องหลินจือจนลืมไปว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่จะรังแกได้ง่าย ๆ
