ประตูรั้วบ้านของผู้อำนวยการเฉินไม่ได้ปิด คาดว่าภรรยาของเขาคงอยู่แถวนี้พอดี
นับว่าเปิดโอกาสให้เธอแล้ว
หลินจือผลักประตูแทรกตัวเข้าไป ก่อนจะปิดประตูรั้วกลับอย่างระมัดระวัง
กวาดตามองแล้วไม่เห็นอะไรอยู่บนขื่อ เธอจึงใช้ไม้เขี่ยเตาไฟแหย่ดู ไม่นานของหนักสองห่อก็ร่วงลงมา
หลินจือไม่ได้เปิดดูว่าเป็นอะไร เพราะเวลาเร่งรัดเกินไป
เธอยกมือเก็บห่อผ้าทั้งสองเข้าไปในมิติทันที
จากนั้นกวาดตามองในบ้านอีกครั้ง กลับเห็นหีบใบงามซ่อนอยู่ใต้เตียง
ดูอย่างไรก็เป็นของที่ตกทอดมาจากสมัยโบราณ
เธอรีบดึงออกมา แล้วออกแรงงัดแม่กุญแจใบเล็กจนเปิดได้
ข้างในมีปิ่นทอง กำไลทอง สร้อยไข่มุก และหนังสือภาษาต่างประเทศสองเล่ม
หลินจือเบิกตากว้าง นี่เป็นของที่คนเอามาใส่ร้ายกันใช่ไหม?
ใครเขาจะเอาของพวกนี้มาวางไว้ในที่เห็นชัดขนาดนี้กัน?
แต่เพื่อฉุดผู้อำนวยการเฉินลงจากตำแหน่ง คนคนนั้นก็ทุ่มทุนไม่น้อยเลย
ของพวกนี้ตอนนี้ยังไม่ค่อยมีราคา แต่พอถึงยุคปฏิรูปเปิดประเทศเมื่อไร ราคาคงพุ่งขึ้นอีกมาก
เธอเก็บทุกอย่างเข้าไปในมิติตามเคย ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจากข้างนอก
หลินจือปัดมือพลางพึมพำว่า
“ผู้อำนวยการเฉินเอ๋ย ผู้อำนวยการเฉิน ฉันช่วยคุณได้แค่นี้ ที่เหลือจะผ่านด่านนี้ไปได้ไหมก็ขึ้นอยู่กับโชคของคุณแล้ว”
พูดจบ เธอก็ลัดเลาะออกจากประตูหลัง ผ่านตรอกเก็บของข้างบ้านของผู้อำนวยการเฉิน
เธอทำเต็มที่แล้ว อุตส่าห์เสี่ยงอันตรายขนาดนี้ ถือว่าได้ตอบแทนบุญคุณที่ผู้อำนวยการเฉินเห็นแววและให้โอกาสเธอ
พอหลินจือออกมา ก็ได้ยินเสียงค้นข้าวของจากลานบ้านฝั่งนั้น
