ลู่จือจือเพิ่งลงมาจากชั้นบน เธอมองแผ่นหลังของไป๋เหยากับลู่เสี่ยวหรันที่เดินจากไป แล้วก็เข้าใจคนทั้งสองมากขึ้นอีกหลายส่วน ไป๋เหยาเป็นคุณหนูตัวอย่างที่เอาแต่ใจ อวดดีและวางอำนาจ ลู่จือจือเพิ่งมาอยู่โรงเรียนได้ไม่กี่วัน ก็เห็นคนมากมายประจบประแจงไป๋เหยาเหมือนลู่เสี่ยวหรันแล้ว
บรรยากาศของโรงเรียนนี้แย่ลงก็เพราะมีคนอย่างไป๋เหยาอยู่
เหมือนโรงเรียนที่เธอเคยเรียนมาก่อน พวกสาวสวยเอาแต่คิดจะคบกับผู้ชาย ความสัมพันธ์ระหว่างคนในโรงเรียนก็ยุ่งเหยิงเหลือเกิน
ลู่จือจือสังเกตเห็นว่าไป๋เหยาออกมาจากห้องพัก 302 ปู้จงเหยาอุตส่าห์จัดงานต้อนรับเธออย่างกระตือรือร้น ลู่จือจือจึงเป็นห่วงปู้จงเหยามากขึ้น เธอได้ยินว่าตั้งแต่ปู้จงเหยากลับมาเมื่อคืนก็อารมณ์ไม่ดี แถมยังไม่ถูกกับไป๋เหยา ตอนนี้ไป๋เหยามาหาปู้จงเหยา คงจะมาซ้ำเติมตอนอีกฝ่ายกำลังลำบากแน่
ลู่จือจือเคาะประตูห้อง 302 ด้วยความเป็นห่วง พอมีคนเปิดประตู เธอก็เดินตรงไปหาปู้จงเหยาแล้วพูดว่า “ฉันเพิ่งเห็นไป๋เหยา เธอมาหาเรื่องคุณหรือเปล่า? ฉันได้ยินว่าเธอมีอำนาจในโรงเรียนมาก มีลูกสมุนตามเป็นพรวน แถมยังมีความสัมพันธ์คลุมเครือกับผู้ชายหลายคน ถ้าเธอแอบสั่งให้พวกลูกสมุนหรือผู้ชายคนไหนมารังแกคุณ ฉันจะช่วยคุณเอง”
ลู่จือจือพูดอย่างเดือดดาลว่า “ผู้หญิงเจ้าเล่ห์ใจร้ายอย่างเธอ—”
“เจ้าเล่ห์ใจร้าย?” ปู้จงเหยากำลังนั่งแต่งหน้าอยู่หน้ากระจก เดิมทีเธอฟังลู่จือจือพูดเพ้อเจ้ออย่างไม่ใส่ใจ แต่พอได้ยินคำสี่คำนี้จึงเงยหน้ามองลู่จือจือแล้วพูดขึ้น
หญิงสาวผมสั้นประบ่านั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง เธอได้ยินคำพูดของลู่จือจือเช่นกัน จึงแอบกลอกตา
ลู่จือจือเริ่มไม่มั่นใจ “ก็ใช่น่ะสิ คนที่เอาแต่อาศัยชาติตระกูลกับผู้ชาย คอยใช้เล่ห์เหลี่ยมลับหลังรังแกคนอื่น ก็เป็นคนเจ้าเล่ห์ใจร้าย ต่ำช้าเลวทราม……”
ปู้จงเหยาวางหวีในมือลงเสียงดัง เธอหัวเราะหึ ๆ “เธอเป็นใครมาจากไหน ถึงกล้าพูดถึงไป๋เหยาแบบนั้น?”
ลู่จือจือชะงักไป
หญิงสาวผมสั้นข้าง ๆ เบ้ปาก นักเรียนใหม่คนนี้ช่างซื่อบื้อเสียจริง มาเรียนที่โรงเรียนนี้แล้วแท้ ๆ แต่กลับไม่รู้กฎการเอาตัวรอดของที่นี่เลยสักนิด
