วันรุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ ไป๋เหยาพาลู่เสี่ยวหรันไปที่หอพักตึก A แล้วเคาะประตูห้อง 302
คนที่เปิดประตูเป็นหญิงสาวผมสั้นประบ่า หนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทของปู้จงเหยา พอเห็นไป๋เหยา ใบหน้าก็มีรอยยิ้มผุดขึ้นมาทันที “เหยาเหยา มาทำอะไรเหรอ!”
ไป๋เหยายังไม่ทันได้พูด ลู่เสี่ยวหรันในฐานะลูกสมุนตัวดีก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ชิงพูดขึ้นก่อนด้วยรอยยิ้มกดดัน “ปาร์ตี้เมื่อคืนสนุกขนาดนั้น จงเหยาคงเหนื่อยแย่เลย พวกเรายังไม่ได้ขอบคุณเธอดี ๆ ที่ช่วยเติมสีสันให้ชีวิตนอกห้องเรียนของพวกเราเลยนะ”
หญิงสาวยิ้มอย่างไม่เป็นธรรมชาติ “พวกเราก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันทั้งนั้น มีเวลาว่างก็รวมตัวกันมาเล่นด้วยกัน ไม่เห็นเป็นอะไรเลย อีกอย่าง เมื่อก่อนเหยาเหยาก็พาพวกเราไปเล่นด้วยกันบ่อย ๆ ไม่ใช่เหรอ พวกเราก็ซาบซึ้งในน้ำใจของเหยาเหยาเหมือนกัน”
ไป๋เหยายิ้ม “ฉันได้ยินมาว่าเมื่อวานพวกเธอเล่นเกมกันไม่ค่อยราบรื่นนี่”
หญิงสาวพลันสะดุ้งจนตัวสั่น เมื่อวานเธอก็เป็นหนึ่งในคนที่เล่นเกมเหมือนกัน เธอเองก็เจอเรื่องประหลาดที่อธิบายไม่ได้เหมือนคนอื่น พอพูดถึงตอนนี้ เธอก็ยังรู้สึกกลัวอยู่
เมื่อเห็นไป๋เหยาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอก็อดถามไม่ได้ “เหยาเหยา เธอเจอเรื่องแปลก ๆ บ้างไหม”
ไป๋เหยาตอบว่า “ไม่เลย ในโรงเรียนมีคนตั้งเยอะแยะ ฉันจะไปเจอเรื่องแปลกอะไรได้ล่ะ”
