ห้องวาดเขียนดูราวกับได้รับการปรับโฉมใหม่ โต๊ะตัวเล็กที่ยังพอใช้ได้กับตู้ตรงมุมห้องต่างถูกแต่งแต้มด้วยสีสันสดใส
ระหว่างที่เสิ่นจี้ทำโจทย์คณิตศาสตร์ ไป๋เหยาวางสองมือบนโต๊ะแล้วเท้าคาง มองไปรอบ ๆ อย่างสนอกสนใจ ทุกรายละเอียดเล็ก ๆ ในห้องนี้ล้วนเต็มไปด้วยความประหลาดใจที่ไม่คาดคิด
จู่ ๆ เธอก็นึกถึงดอกไม้ที่เห็นระหว่างเดินผ่านมา
เสิ่นจี้แทบจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ เขามองตัวเลขในหนังสือแล้วรู้สึกว่าพวกมันลอยว่อนกระจัดกระจาย ตอนแรกคิ้วก็ขมวดมุ่น จากนั้นดวงตาก็เหม่อลอย เห็นได้ชัดว่าจิตใจล่องลอยไปไกลแล้ว
มือของเขาพลันถูกใครบางคนจับไว้
เสิ่นจี้ได้สติกลับมาแล้วนั่งตัวตรงทันที เขามองเด็กสาวข้างกายด้วยดวงตาเป็นประกาย คำว่า “คาดหวัง” แทบจะเขียนอยู่บนใบหน้า
ทุกครั้งที่ไป๋เหยาแตะต้องเขา เธอจะลูบเขาก่อน แล้วก็จูบเขา
แต่ครั้งนี้เขาคาดหวังเก้อแล้ว
เพราะไป๋เหยาแค่จับมือทั้งสองข้างของเขามาพลิกดูไปมา พอเห็นว่ามือทั้งสองข้างยังดี ไม่มีรอยแผลที่ถูกหนามดอกไม้เกี่ยว เธอถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงตาดำขลับของเด็กหนุ่มกำลังจ้องเธอไม่กะพริบ ไป๋เหยารู้ว่าเขาคาดหวังอะไร แต่เธอกลับเหลือบมองโจทย์ที่เขาทำอยู่ก่อน แล้วจึงยื่นมือไปหยิกแก้มเขา “เสิ่นจี้ นายกำลังทำอะไรอยู่”
เสิ่นจี้ตอบอย่างไร้เดียงสา “ผมกำลังคิดถึงเหยาเหยา”
ไป๋เหยารู้สึกดีใจอยู่ในใจ แต่บนใบหน้ายังคงแสดงท่าทีเคร่งขรึม “นายเป็นพวกคลั่งรักหรือไง ถ้ายังไม่ตั้งใจเรียนให้ดี ต่อไปนายก็ได้แต่ไปขุดผักป่ากินแล้วนะ!”
