จ้าวเสี่ยวหู่เงยหน้าขึ้น เห็นเงาร่างบิดเบี้ยวค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาในความมืด อุณหภูมิที่ร้อนระอุทำให้อากาศแทบจะหลอมละลาย ทุกสิ่งรอบตัวพลอยร้อนขึ้นตามไปด้วย
จ้าวเสี่ยวหู่นึกถึงข่าวลือสยองขวัญเรื่องนั้นขึ้นมา หากเจอเงาผีเร่ร่อนเข้าแล้วตอบคำถามของมันไม่ได้ ก็จะต้องตาย เขาถอยหลังด้วยความหวาดกลัว แต่แผ่นหลังชนกำแพงเสียแล้ว ไม่มีทางให้ถอยอีก
เสียงแหบพร่าน่าขนลุกดังมาจากเหนือศีรษะ “ฉันมีคำถามหนึ่งข้อ”
มาแล้ว!
เป็นการถามคำถามจริง ๆ ด้วย!
จ้าวเสี่ยวหู่หดตัวอยู่ตรงมุมกำแพง สั่นเทิ้มไปทั้งร่าง เขาอ้อนวอนว่า “ขอร้องล่ะ...อย่าฆ่าผม...ผมไม่ได้ทำอะไรเลย อย่าฆ่าผม...”
จู่ ๆ ก็มีสมุดแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์เล่มหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
นิ้วมือไหม้เกรียมที่มีแสงเพลิงวูบไหวชี้ไปยังโจทย์เรขาคณิตข้อหนึ่ง แล้วพูดว่า “ทำข้อนี้ให้ได้”
จ้าวเสี่ยวหู่: “?”
ในความมืดมีร่างเล็กบอบบางอีกร่างเดินออกมา เธอตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดว่า “เสิ่นจี้ นายไปให้คนอื่นช่วยทำการบ้านอีกแล้ว!”
ร่างบิดเบี้ยวนั้นแข็งทื่อไปทั้งตัว ก่อนที่หญิงสาวจะวิ่งมาถึง เขาก็อุ้มสมุดแบบฝึกหัดวิ่งหนีไปอย่างกับเด็กที่ทำผิดแล้วคิดจะหลบหน้า
หญิงสาวตะโกนว่า “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
หญิงสาวผมยาวติดกิ๊บรูปกะโหลกสีขาวไว้บนศีรษะ ระหว่างเดินผ่านมุมกำแพง เธอหาเวลาพูดกับจ้าวเสี่ยวหู่ประโยคหนึ่ง “การผจญภัยไม่เหมาะกับนาย ต่อไปก็อย่ามาอีกเลย”
สิ้นเสียง เธอก็วิ่งตามเงาผีไป เมื่อเทียบกับเงาผีที่ตกใจจนหนีเตลิด ท่าทีดุดันของเธอนี่แหละที่ดูเหมือนผียิ่งกว่า
