บนถนนสายเล็กกลางหุบเขา รถบัสแล่นไปอย่างราบรื่นและเชื่องช้า
คนขับรถมีสีหน้าไร้อารมณ์ หากมีใครชวนเขาคุย เขาก็ไม่ปริปากตอบแม้แต่คำเดียว ส่วนผู้โดยสารบนรถก็ไม่มีท่าทีผ่อนคลายเหมือนคนออกมาเที่ยวเลยสักนิด สีหน้าของแต่ละคนตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ
ในรถมีประกาศข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้โดยสารติดอยู่:
ห้ามลงจากรถก่อนถึงป้าย
ห้ามตะโกนโหวกเหวกบนรถ
รักษาระยะห่างจากคนขับอย่างน้อยหนึ่งเมตร
เมื่อถึงป้ายแล้ว ให้ลงจากรถตามคิวอย่างเป็นระเบียบ
ห้ามทิ้งขยะเรี่ยราด มาเป็นผู้โดยสารที่มีมารยาทกันนะ
ข้อความข้อที่ห้าเขียนด้วยลายมือ เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากตัวพิมพ์ของสี่ข้อก่อนหน้า แถมน้ำเสียงก็ไม่แข็งกระด้างเท่าข้ออื่น ๆ ทำให้ดูแตกต่างจากข้ออื่นอย่างสิ้นเชิง
สถานที่ที่พวกเขากำลังจะไปถึงเรียกว่าเมืองเป่ยจี๋ เป็นเมืองที่ไม่มีอยู่บนแผนที่ เมืองนี้มีอยู่เพียงในเรื่องเล่าสยองขวัญมาโดยตลอด ว่ากันว่าที่นั่นมีคฤหาสน์กุหลาบ ซึ่งเป็นสถานที่ลึกลับที่สุดในเมือง และมีเพียงการตามหาคฤหาสน์กุหลาบให้พบ พวกเขาจึงจะมีโอกาสรอดชีวิต
ใช่ รอดชีวิต
คนขี้ขลาดบางคนอดกลั้นไม่ไหว ร้องไห้ออกมาเบา ๆ พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงถูกเลือกให้มาอยู่ที่นี่ เดิมทีบนรถมีผู้โดยสารสิบห้าคน แต่ตอนนี้เหลือเพียงสิบสามคน
เมื่อกว่าหนึ่งชั่วโมงก่อน พวกเขาลืมตาตื่นขึ้นมา ทุกคนต่างงุนงง ชายคนหนึ่งสั่งให้คนขับจอดรถทันที ทว่าคนขับไม่สนใจเขา ชายคนนั้นโกรธจัดจึงเดินเข้าไปหา แต่ทันทีที่เข้าใกล้คนขับ ร่างของเขาก็พองขึ้นราวกับลูกโป่ง ก่อนจะระเบิดออก
