จู่ ๆ เสวียนยวนโม่ก็รู้สึกถึงไอเย็นยะเยือก เขาหันกลับไปมอง แล้วสบตากับเด็กหนุ่มคนหนึ่งพอดี
เด็กหนุ่มไร้สีหน้าบนใบหน้า ดวงตาสีดำมีแต่เงามืดครึ้ม
ไป๋เหยาวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหาอย่างดีใจ “เสิ่นจี้!”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที รอยยิ้มผลิบานบนใบหน้า สดใสราวแสงตะวัน เขาคว้ามือหญิงสาวไว้แล้วหัวเราะร่า “เหยาเหยา!”
ต้องบอกว่าไม่เสียทีที่เป็นคู่รักกันจริง ๆ
แค่ทักทาย เรียกชื่อกันเท่านั้น แต่กลับทำท่าทางโอเวอร์ราวกับเพิ่งค้นพบทวีปใหม่อย่างไรอย่างนั้น
เสวียนยวนโม่กับเสิ่นจี้เป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน แต่ไม่ได้สนิทกัน หลายปีที่เรียนห้องเดียวกันแทบไม่เคยพูดกันเกินสองสามประโยค เสวียนยวนโม่รู้เพียงว่าเมื่อก่อนเสิ่นจี้ดูเหมือนจะถูกคนกลั่นแกล้งอยู่บ่อย ๆ แต่ตั้งแต่คบกับไป๋เหยา ก็ไม่มีใครกล้ารังแกเขาอีกเลย
ส่วนเจี่ยเหรินลู่กับคนอื่น ๆ ที่เคยกลั่นแกล้งเขาในห้อง ต่างก็หายไปจากโรงเรียนเพราะอุบัติเหตุต่าง ๆ นานา
เสิ่นจี้กุมมืออ่อนนุ่มของไป๋เหยาไว้ เขายิ้มตาหยีพลางถามเสวียนยวนโม่ “มีธุระอะไรกับเหยาเหยาหรือเปล่า?”
เสวียนยวนโม่ยังพอรู้จักกาลเทศะ เขาจึงพูดว่า “แค่มาขอคำแนะนำเรื่องหนึ่งนิดหน่อย ฉันยังมีธุระ ไปก่อนนะ”
ก่อนจะจากไป เขาเหลือบมองไป๋เหยาอีกครั้ง ความรู้สึกประหลาดในใจยิ่งชัดเจนขึ้น หลังเสิ่นจี้คบกับไป๋เหยา คนที่กลั่นแกล้งเสิ่นจี้ก็หายไปหมด ครั้งก่อนที่เจอจ้าวหย่วน ก็มีเพียงไป๋เหยาที่ไม่ฝันร้าย
หรือว่าจุดเริ่มต้นในการสืบหาเรื่องประหลาดเหล่านี้จะอยู่ที่ไป๋เหยากันนะ?
พอคนที่ขวางหูขวางตาเดินจากไป เสิ่นจี้ก็ล้วงของชิ้นหนึ่งออกจากกระเป๋า วางลงบนมือไป๋เหยา “เหยาเหยา นี่ผมทำเอง เอามาให้คุณ”
มันคือกิ๊บติดผมรูปหัวกะโหลกสีขาวอันเล็ก ๆ
บนกิ๊บมีร่องรอยของงานฝีมือ แต่พื้นผิวถูกขัดจนเรียบเนียน มีตัวอักษรเล็ก ๆ สลักไว้ว่า “YY” ซึ่งย่อมาจาก “เหยาเหยา”
