แม้เสิ่นจี้จะชอบออดอ้อนเก่ง แต่ไป๋เหยาก็ยังสั่งการบ้านคณิตศาสตร์ให้เขา โดยกำชับว่าพรุ่งนี้เช้าต้องเอามาให้เธอตรวจ
ถ้าถามว่าเสิ่นจี้เกลียดอะไรมากที่สุด
ก็คงต้องเป็นคณิตศาสตร์
เขาอาจไม่ทำการบ้านที่ครูสั่งก็ได้ แต่ไม่กล้าไม่ทำการบ้านที่ไป๋เหยาสั่งเด็ดขาด ยังจำได้ว่าเมื่อก่อนเขาเคยขี้เกียจไม่ทำการบ้านอยู่ครั้งหนึ่ง ผลก็คือไป๋เหยาเก็บขนมของเขาไปจนหมด
แม้หลายครั้งไป๋เหยาจะตามใจเขามาก แต่เวลาโหดก็โหดจริง ๆ เสิ่นจี้ได้แต่ร้องไห้ไม่ออก
บ่ายวันนี้ห้องหนึ่งมีเรียนศิลปะ
ระหว่างที่ไป๋เหยากำลังวาดเขียนไปเรื่อยเปื่อยอยู่ในห้องวาดเขียน เธอก็นึกถึงห้องวาดเขียนสีสันตระการตาห้องนั้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เธอกวาดตามองภาพของคนอื่น แต่ไม่มีภาพไหนสู้ภาพที่เสิ่นจี้วาดได้เลย
เธอลูบคางอีกครั้ง รู้สึกแปลกใจนิดหน่อย ก่อนหน้านี้เสิ่นจี้ไม่เคยบอกเลยว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านวาดภาพด้วย แต่เรื่องนี้ก็สมเหตุสมผล คะแนนวิชาการของเสิ่นจี้แย่ขนาดนั้น สวรรค์คงเปิดหน้าต่างให้เขาบ้าง ด้วยการมอบพรสวรรค์ด้านศิลปะให้
ครูศิลปะให้นักเรียนสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างอิสระ นักเรียนด้านล่างกลับจับกลุ่มคุยกันสองสามคน
เด็กหนุ่มคนหนึ่งกระซิบว่า “นี่ นายว่าเราหาเวลาไปตามหาห้องวาดเขียนในข่าวลือนั่นกันสักคืนดีไหม?”
เพื่อนของเขาตอบว่า “นายไม่กลัวเกิดเรื่องหรือไง? ฉันได้ยินมาว่าตึกนั้นมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นอยู่เรื่อย”
“ฉันก็กลัวอยู่หรอก แต่ได้ยินมาว่าถ้าหาห้องวาดเขียนนั่นเจอ แล้วขอพรกับคนข้างใน ความปรารถนาก็จะเป็นจริง”
