มองเงาผีสองตนที่หดตัวอยู่ตรงมุมห้อง เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือคล้ายกำลังร้องไห้ว่า “เมื่อก่อนเหยาเหยารักฉันมาก ทุกวันเธอจะกอดฉัน แถมยังหอมแก้มฉันด้วย เธอไม่เคยอยากให้ฉันต้องลำบากเลย ถ้ามีใครกลั่นแกล้งฉัน เธอต้องออกหน้าให้แน่นอน เธอไม่เคยเย็นชากับฉันเหมือนวันนี้เลย”
นางผีชุดขาวเอ่ยเสียงแหบพร่า “งั้นเธอบอกว่าจะเลิกกับคุณเหรอ?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่!” เสิ่นจี้เหลือบมองนางผีชุดขาวที่ไม่ค่อยมีไหวพริบ เขากุมหน้าอกตัวเองราวกับกำลังปกป้องสมบัติล้ำค่า แล้วพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ฉันรู้สึกได้ว่าเหยาเหยายังรักฉัน ในใจเธอมีแต่ฉัน”
คนที่ก่อนหน้านี้พูดว่าเหยาเหยาไม่รักเขาก็คือเขา ตอนนี้คนที่อวดว่าในใจเหยาเหยามีแต่เขา...ก็ยังเป็นเขาอีกนั่นแหละ
นางผีชุดแดงพูดตะกุกตะกักว่า “งะ...งั้นเธอเย็นชากับคุณยังไงเหรอ?”
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เหยาเหยาจะสั่งการบ้านคณิตศาสตร์ให้ฉันเป็นสองเท่า”
นางผีทั้งสอง “……”
เสิ่นจี้สะอื้นเสียงเบา “เหยาเหยาไม่เคยเย็นชากับฉันแบบนี้เลย เช้านี้ตอนออกจากบ้าน เธอก็ไม่ได้หอมฉัน หรือว่าเธอรักฉันน้อยลงแล้ว? พอคิดแบบนี้ ฉันก็เศร้าจนเหมือนจะตายอยู่แล้ว”
ตื่นได้แล้ว!
คุณตายไปแล้วต่างหาก!
นางผีทั้งสองมองร่างที่ห้อยอยู่บนเชือกอย่างไร้อารมณ์ มีหลายอย่างที่อยากจะบ่น อย่างเช่นพวกเธอไม่เข้าใจว่าทำไมพอมีอารมณ์ขึ้นมาแล้วไม่ไปหาผู้หญิงที่เป็นแฟนเพื่อแก้ปัญหา กลับมาจองพื้นที่ของเสี่ยวหงแล้วแขวนคอตัวเองอยู่ที่นี่ หรือคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะมีสติขึ้นงั้นเหรอ!
