การที่ไป๋เหยาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
เธอประคองหัวใจสีเทาหม่นดวงนั้นไว้ในมือ พอเห็นคนที่ล้มอยู่บนพื้นท่าทางจะลุกขึ้นมา เธอก็เตะซ้ำเข้าไปอีกครั้ง
แค่ฟังจากเสียงก็รู้ว่าแรงเตะของเธอไม่เบา เว่ย์ซั่วนอนคว่ำอยู่บนพื้นตั้งนานกว่าจะได้สติ
เสิ่นจี้ยืนอยู่กับที่ ยิ่งไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว
เว่ย์ซั่วเดาว่าซี่โครงของตัวเองคงหักไปซี่หนึ่ง เขาไอออกมาอย่างเจ็บปวด ก่อนเงยหน้ามองไป๋เหยา แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “นั่นมันของฉัน!”
ไป๋เหยาหัวเราะ “ของนายงั้นเหรอ?”
เธอเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว แล้วกระทืบมือลงบนมือของเว่ย์ซั่วอย่างแรง “หัวใจของเขาเป็นของฉัน นายเป็นใครถึงกล้ามาข่มขู่ผู้ชายของฉัน?”
ผู้ชายของเธอ
เสิ่นจี้ยกมือขึ้นกุมหน้าอก หัวใจตรงนั้นเต้นตุบ ๆ อย่างหนักแน่น เขาก้มหน้าลงจนเห็นว่าใบหูของตัวเองแดงไปหมด พอเขินขึ้นมาก็กลับมาเป็นท่าทางขี้อายเหมือนเดิม
ขณะนั้นดวงจันทร์ก็โผล่พ้นเมฆดำ แสงจันทร์กระจ่างส่องสว่างขึ้น ห้องวาดเขียนที่ควรจะเก่าทรุดโทรมกลับเผยให้เห็นสีสันสดใส เงาของเด็กหนุ่มกับเด็กสาวทอดประสานกัน หรือบางทีควรพูดว่าพวกเขาสมควรจะพัวพันกันเช่นนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว
เว่ย์ซั่วเห็นหน้าตาของเด็กหนุ่มคนนั้นชัดเจน ดวงตาของเขาค่อย ๆ เบิกกว้าง ตลอดมาเขารู้ข่าวสารในโรงเรียนมากกว่าคนอื่น เขารู้ว่าในโรงเรียนมีสิ่งประหลาดอยู่เสมอ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งประหลาดนั้นจะเป็นเสิ่นจี้
