เว่ย์ซั่วใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเข้าใจว่าโลกทัศน์ของไป๋เหยานั้นแปลกประหลาดเกินกว่าจะจินตนาการได้ เขามึนงงจนตาลาย แต่ก็รู้ชัดเจนว่าไป๋เหยาเป็นคนบ้า เขาไม่อยากมาตายอยู่ที่นี่
เว่ย์ซั่วหวังว่าจะคลานออกไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่เป็นที่สังเกต เขาค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ประตูอย่างระมัดระวัง ชัยชนะอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทว่าจู่ ๆ ก็มีมือผีสีซีดขาวยื่นออกมาจากนอกประตูข้างละข้าง
เว่ย์ซั่วแทบไม่ทันรู้สึกเจ็บ ร่างก็ถูกฉีกออกเป็นสองท่อน เลือดเนื้อกระเซ็นเลอะพื้น มีเลือดหยดลงไปในห้องวาดเขียนสองสามหยด มือผีคู่หนึ่งรีบเช็ดคราบเลือดบนพื้นให้สะอาด ส่วนมืออีกคู่ฉวยโอกาสลากลู่จือจือที่หมดสติอยู่ในห้องวาดเขียนออกไป
ประตูห้องวาดเขียนปิดลง ภายในเหลือเพียงชายหนุ่มกับหญิงสาว
เสิ่นจี้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า เขาซุกหน้าอยู่กับเข่า ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นอย่างลับ ๆ ในสายตาพร่ามัว สิ่งแรกที่เห็นคือหัวใจแห้งเหี่ยวสีเทาหม่นดวงนั้น
หญิงสาวประคองมันไว้บนฝ่ามืออย่างระมัดระวังและอ่อนโยน ยิ่งมือของเธอขาวผ่องเรียบเนียนเท่าไร ก็ยิ่งขับให้หัวใจดวงนั้นดูน่าเกลียดมากขึ้นเท่านั้น
ไป๋เหยานั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเขา คอยอยู่เป็นเพื่อนพลางซ่อนตัวไปกับเงามืดตรงมุมห้อง เธอพูดเสียงเบาว่า “อย่าร้องไห้เลย ดูสิ ฉันเอาหัวใจของเธอกลับมาให้แล้ว”
จู่ ๆ เสิ่นจี้ก็รู้สึกกระดากอาย เขากะพริบดวงตาชุ่มชื้น ก่อนยื่นมือไปหยิบสิ่งที่อยู่บนฝ่ามือเธอเพื่อโยนทิ้ง
ไป๋เหยารีบกอดหัวใจของเขาไว้ “เธอทำอะไรน่ะ ระวังทำมันพัง!”
