ไป๋เหยามองเห็นเงาร่างคลุมเครืออยู่ข้างใน
เธอตกใจจนถอยหลังไปหนึ่งก้าว ชนเข้ากับอ้อมอกของเด็กหนุ่ม เสิ่นจี้ลูบหัวไป๋เหยา “ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัวนะ เหยาเหยา ฉันอยู่นี่แล้ว”
แต่ไป๋เหยากลับขมวดคิ้ว เธอมองเสิ่นจี้อย่างสงสัย “คุณซ่อนผู้หญิงไว้ข้างในหรือเปล่า?”
เสิ่นจี้ “หา?”
พิสูจน์ได้ว่าความคิดของไป๋เหยามักจะกระโดดไปมา แม้แต่เสิ่นจี้ที่เป็นคนชอบทำอะไรตามใจ บางครั้งก็ยังตามไม่ทัน
ไป๋เหยาผลักเสิ่นจี้ออก แล้วดึงบานตู้เปิดออกตรง ๆ เงาร่างด้านในจึงปรากฏให้เห็น
นั่นไม่ใช่คน พูดให้ถูกคือมันเป็นโครงกระดูกชุดหนึ่ง
โครงกระดูกสูงใหญ่สกปรกมอมแมมพิงอยู่ในตู้แคบ ๆ ดูน่าอึดอัดอยู่ไม่น้อย
สิ่งที่เห็นได้ชัดคือมีรอยแตกหักอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของโครงกระดูก ที่น่าขันคือมีคนใช้เทปกาวติดรอยแตกเหล่านั้นเข้าด้วยกันอย่างลวก ๆ เธอมองไม่ออกว่ารอยเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีเพียงความรู้สึกเย็นวาบที่แผ่ไปทั่วแผ่นหลัง
ถ้านี่เป็นกระดูกของคนจริง ๆ ก่อนตายเจ้าของมันจะบาดเจ็บมาสักแค่ไหนกัน?
เสิ่นจี้รีบปิดบานตู้ เขามองเธอด้วยสีหน้าเอาใจ ใช้นิ้วเกี่ยวปลายนิ้วของไป๋เหยาอย่างระมัดระวัง แล้วพูดเสียงเบา “เหยาเหยา ขอโทษนะ ฉันจะจัดการให้เรียบร้อยเร็ว ๆ เธออย่ากลัวเลย”
ไป๋เหยา “ใครบอกว่าฉันกลัว?”
เสิ่นจี้กะพริบตาปริบ ๆ
ไป๋เหยาคิดว่า ที่นี่เป็นห้องวาดเขียน มีโครงกระดูกไว้ให้นักเรียนวาดรูปก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ เธอไม่ได้เรียนศิลปะ แค่เดาเอา อย่างในห้องทดลองชีววิทยาก็มีโครงกระดูกตั้งอยู่เหมือนกันไม่ใช่หรือไง?
