แม้ไป๋เหยาจะไม่มีประสบการณ์จริง แต่เธอก็มีความรู้ทางทฤษฎีมากมาย เมื่อเทียบกับเสิ่นจี้ที่ขาดทั้งประสบการณ์จริงและความรู้ทางทฤษฎีแล้ว เธอย่อมเก่งกว่าเขามากแน่นอน
แต่พอเข้าสู่เรื่องจริง ทุกอย่างกลับหลุดจากการควบคุมของเธอ
ถึงเสิ่นจี้จะไม่รู้อะไรเลย แต่ศักดิ์ศรีในฐานะผู้ชายบอกเขาว่าการจบเร็วเกินไปนั้นไม่ถูกต้อง เขาทิ้งตัวทับไป๋เหยา ใบหน้าแดงก่ำ ซุกหน้าลงกับซอกคอของเธอ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสู้หน้าใคร
ไป๋เหยากอดเขาพลางลูบหัวอย่างเข้าอกเข้าใจ “ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร ครั้งแรกก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น”
เสิ่นจี้เหมือนนกกระจอกเทศที่อยากมุดตัวลงไปซ่อน เขาพึมพำเสียงอู้อี้ว่า “ผม...ผมแค่รู้สึกดีเกินไป ผมไม่ได้...ไม่ได้...”
ไป๋เหยาเอ่ยชมเขาอย่างเต็มที่ “แน่นอนอยู่แล้ว เสิ่นจี้ของเราน่ะเก่งที่สุด!”
เสิ่นจี้เม้มปาก เขายังคงห่อเหี่ยวเพราะรู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอ
เขาเงยหน้าขึ้น จ้องหญิงสาวเขม็งแล้วพูดอย่างดื้อรั้นว่า “เหยาเหยา เรามาอีกครั้งนะ”
ไป๋เหยายิ้ม “เราไม่มีของแล้ว”
เสิ่นจี้เม้มปากอีกครั้ง เขายังไม่ยอมแพ้ ก้มหน้าลงไปซบกับตัวเธออีกหน แล้วก็อมทุกข์อยู่คนเดียว
ไป๋เหยาลูบหัวเขาอีกครั้ง “เราไปอาบน้ำแล้วนอนกันเถอะ”
เขาสูดจมูก “เหยาเหยา เธอดีกับผมจริง ๆ...”
ทั้งที่เป็นแบบนี้แล้ว เธอก็ยังไม่รังเกียจเขา ทั้งที่เขาทำได้แย่มาก ช่วงแรกทำให้เธอเจ็บ หลังจากนั้นก็ยังทำให้เธอรู้สึกดีได้ไม่นาน เขาก็หมดแรงเสียก่อน แม้ไป๋เหยาจะไม่รังเกียจเขา แต่ตัวเขาเองกลับรังเกียจตัวเอง
