ไป๋เหยาดูการถักตะกร้าสานมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว เธอไม่เข้าใจเลยว่านี่นับเป็นหนังผีตรงไหน ก่อนหน้านี้ปู้จงเหยายังยืนยันหนักแน่นว่านี่คือหนังที่น่ากลัวที่สุดเมื่อยี่สิบปีก่อน เป็นหนังที่เธออุตส่าห์ค้นหามาจากอินเทอร์เน็ต ไป๋เหยาเริ่มสงสัยว่าปู้จงเหยาคงโดนหลอกเข้าแล้ว
หนังจบลงและเริ่มฉายเพลงปิดท้าย แน่นอนว่าเพลงที่ร้องในเพลงปิดท้ายก็ยังเป็นเพลงเด็ก “ถักตะกร้าสาน” อยู่ดี
ไป๋เหยานั่งจนปวดเอวเมื่อยหลัง เธอยืดเส้นยืดสายแล้วเดินออกจากห้องฉาย ในโถงใหญ่ไม่มีใครอยู่เลย คนอื่น ๆ ยังไม่กลับมา ส่วนกู่เยเชอที่วิ่งออกไปเมื่อครู่ก็หายไปนานแล้ว
ไป๋เหยาเริ่มเป็นห่วงเสิ่นจี้ เธอโทรหาเขา แต่โทรศัพท์ดังอยู่นานก็ไม่มีใครรับสาย เธอขมวดคิ้ว อดสงสัยไม่ได้ว่ากู่เยเชอจงใจวิ่งออกไปอย่างตื่นตระหนกเกินเหตุเมื่อครู่ เพื่อไปดักรอเสิ่นจี้แล้วหาเรื่องเขาหรือเปล่า
ไป๋เหยาทนไม่ไหวแล้ว เธอเดินออกจากโถงใหญ่ มุ่งเข้าสู่รัตติกาลอันมืดมิด
ตึกอเนกประสงค์ที่ถูกทิ้งร้างหลังนั้นมีมาตั้งแต่ตอนก่อตั้งโรงเรียน เพราะเกิดเพลิงไหม้ขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน ตึกหลังนั้นจึงถูกทิ้งร้างมานาน นักเรียนในช่วงหลายปีมานี้แทบไม่มีใครเดินไปทางนั้น ไป๋เหยาเองก็ไม่เคยไปที่นั่นเลยสักครั้ง
แต่เธอก็พอจะรู้ทิศทางอยู่บ้าง
เมฆดำบดบังพระจันทร์ ความมืดของยามค่ำคืนยิ่งเพิ่มความหนาวเย็นขึ้นอีกหลายส่วน เงาต้นไม้ที่ไหวเอนแต่งเติมบรรยากาศให้วังเวงน่าสะพรึง โรงเรียนนี้มีข่าวลือเรื่องผีมาโดยตลอด ยามดึกเช่นนี้ไม่ต้องพูดถึงผู้หญิง แม้แต่ผู้ชายที่เดินอยู่ในความมืดเพียงลำพังก็ยังอดหวาดกลัวขึ้นมาไม่ได้
