ลู่เสี่ยวหรันกระซิบกับไป๋เหยาว่า “ฉันสงสัยว่ายัยนั่นกำลังจะก่อเรื่อง”
ไป๋เหยาไม่ใส่ใจ ส่วนเสิ่นจี้ที่กำลังกินเค้กชิ้นเล็กอยู่ขยับปลายหูเล็กน้อย
ไป๋เหยาถามว่า “ถ้าคนในคู่ที่จับกลุ่มกันมีคนหนึ่งทนภารกิจกล้าเสี่ยงไม่ไหวจนถอนตัวกลางคันล่ะ?”
ปู้จงเหยาตอบว่า “ก็ลงโทษคนนั้นคนเดียวก็พอ”
ฟังดูแล้ว กติกาเกมของปู้จงเหยาไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรเสียเมื่อก่อนพวกเขาก็เล่นกันแบบนี้มาตลอด
ปู้จงเหยาถือกล่องเดินมาหาไป๋เหยา “ไป๋เหยา เธอเป็นเพื่อนซี้ที่ฉันชอบที่สุด เพื่อเป็นเกียรติ เธอจับก่อนเลย”
ไป๋เหยาไม่ขยับมือ
ปู้จงเหยาส่งสายตาให้กู่เยเชอ กู่เยเชอรีบเดินเข้ามา “จงเหยา ให้ฉันจับก่อนเถอะ!”
เขาล้วงมือลงไปในกล่อง หยิบกระดาษที่เขียนเลข “4” ออกมา แล้วยังตั้งใจชูให้คนอื่นดู เพื่อยืนยันว่าการจับฉลากไม่มีปัญหา
สีหน้าของปู้จงเหยาดูเศร้าเล็กน้อย “เหยาเหยา เราไม่ใช่เพื่อนซี้กันแล้วเหรอ?”
คนอื่นพากันส่งเสียงแซว “จงเหยาจะร้องไห้อยู่แล้วนะ เหยาเหยา เธอจับสิ ที่นี่เธอดังที่สุดแล้ว ถ้าเธอไม่จับก่อน พวกเราก็ไม่กล้าลงมือหรอก”
ลู่จือจือลอบมองไป๋เหยาอยู่หลายครั้ง ในใจก็คิดเพียงว่าผู้หญิงคนนี้สวยเกินไป ความสวยที่มากเกินพอดีทำให้คนรู้สึกกดดันขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่วันที่เธอมาโรงเรียนก็รู้สึกแล้วว่าเพื่อนร่วมชั้นต่างพากันประจบไป๋เหยา พอได้เห็นแบบนี้ ลู่จือจือก็ยิ่งมั่นใจว่าในโรงเรียนนี้ไป๋เหยาคงมีบทบาทไม่ต่างจากพวกนักเลงหัวโจก
เหมือนในซีรีส์รักวัยรุ่นที่มักมีสาวสวยคนหนึ่งพาแก๊งเพื่อนผู้หญิงไปกลั่นแกล้งคนอื่น
ไป๋เหยาเหลือบมองปู้จงเหยา ก่อนยื่นมือหยิบกระดาษจากกล่องมาใบหนึ่ง เมื่อคลี่ออกดู เลขที่เขียนอยู่ก็เป็น “4” เช่นกัน
