กู่เยเชอถูกปู้จงเหยากดลงบนโซฟา เธอนั่งคร่อมอยู่บนตัวเขา พลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเขาและเลิกคิ้วขึ้น “ดีนะที่ตอนเข้ามาฉันล็อกประตูจากด้านในไว้แล้ว เอาล่ะ ไม่ต้องเก๊กแล้ว เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า”
“เดี๋ยวก่อน!” กู่เยเชอรีบคว้ามือที่กำลังซุกซนของเธอไว้ ร่างกายเกร็งแน่น
ปู้จงเหยาส่งเสียงจิ๊จ๊ะสองครั้ง “เมื่อก่อนก็ไม่เห็นนายอืดอาดขนาดนี้ หรือว่าไม่ได้ลองมานานจนลืมวิธีทำไปแล้ว?”
กู่เยเชอมือไม้พันกัน “หยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น!”
ปู้จงเหยาล้วงกระเป๋าของเขาอยู่นาน แต่ก็ไม่พบของจำเป็นสำหรับกิจกรรม เธอขมวดคิ้ว “วันนี้นายไม่ได้พกถุงยางอนามัยมาด้วยเหรอ?”
กู่เยเชอหน้าแดงก่ำ “ฉันบอกแล้วไงว่าวันนี้ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น!”
ปู้จงเหยาหมดสนุก จึงลงจากตัวเขาไปนั่งบนโซฟา กอดอกแล้วมองกู่เยเชอด้วยสีหน้าเคลือบแคลง
กู่เยเชอรีบนั่งให้เรียบร้อย รูดซิปกางเกงขึ้น แล้วติดกระดุมเสื้อให้เรียบร้อยตาม ชายหนุ่มรูปงามถอนหายใจเฮือกใหญ่ ราวกับแก่ลงไปสิบปี
ปู้จงเหยาถามว่า “วันนี้นายเรียกฉันมาเพราะคิดจะเลิกกับฉันหรือ?”
กู่เยเชอมองเธอ
เธอถามต่อ “คงไม่ใช่เรียกฉันมาแค่ดูหนังด้วยกันเฉย ๆ หรอกใช่ไหม?”
กู่เยเชอตอบว่า “ก็แค่ดูหนังด้วยกันจริง ๆ”
ปู้จงเหยามุ่ยปากแล้วเอนหลังพิงโซฟา “ก็ได้ งั้นก็ดูหนังกันเถอะ”
กู่เยเชอทำหน้าอึดอัด เขาเดินอืดอาดไปหน้าโทรทัศน์ แล้วยกกล่องใส่แผ่นหนังขึ้นมา
ปู้จงเหยาพูดอย่างเกียจคร้านว่า “ช่วงนี้เกิดเรื่องขึ้นตั้งเยอะ เมื่อก่อนฉันยังไม่ชอบใจที่ไป๋เหยากับเสิ่นจี้คบกันอยู่เลย แต่ตอนนี้เห็นพวกเขาตัวติดกันทุกวัน ความรักใสซื่อก็ดูไม่เลวเหมือนกันนะ”
กู่เยเชอขานรับส่ง ๆ ว่า “อือ”
