ยามดึก พระจันทร์ลอยอยู่กลางฟ้า
ในห้องวาดเขียนที่มีข่าวลือว่าน่ากลัวที่สุด เสียงหายใจหอบกระชั้นชิดพันกันยุ่งเหยิง ผ่านไปนานกว่าจะหยุดลง
แม้เสิ่นจี้จะพยายามปกป้องเธออย่างระมัดระวังแล้ว แต่ในชั่วขณะที่ทั้งสองคนต่างควบคุมตัวเองไม่อยู่ หลังของไป๋เหยาก็ยังกระแทกเข้ากับกำแพงเย็นเฉียบโดยไม่ตั้งใจ ตอนนี้เธอรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งแผ่นหลังและเอว
แต่เด็กหนุ่มกลับยังไม่รู้จักพอ พยายามยกขาของเธอขึ้นอีกครั้ง
ไป๋เหยาเตะเขาอย่างหมดแรง “พอแล้ว ฉันจะพัก”
เสิ่นจี้เก็บความคิดวาบหวามไว้ เขาอุ้มไป๋เหยาไว้ในอ้อมแขน แล้วช่วยเธอสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แขนข้างหนึ่งโอบเธอไว้แน่น ส่วนอีกข้างติดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้เธอทีละเม็ด ส่วนหัวใจของเขาตอนนี้ก็กำลังถูกไป๋เหยาประคองไว้ในมืออย่างดี
เจ้าหมอนี่ไม่ใส่ใจหัวใจของตัวเองเลย ถ้าไป๋เหยาไม่รีบปกป้องหัวใจดวงนี้ไว้ ไม่รู้ว่ามันจะกลิ้งไปตกอยู่ตรงมุมไหนของพื้นแล้ว
ไป๋เหยาแค่นั่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา ไม่ต้องขยับอะไรเลย เธอมองเขาติดกระดุมให้ด้วยมือข้างเดียว นิ้วมือของเขาคล่องแคล่วขึ้นเรื่อย ๆ ภาพก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าของไป๋เหยาจึงเริ่มร้อนผ่าวอีกครั้ง
ดวงตาของเสิ่นจี้เป็นประกาย “เหยาเหยา เธอยังอยาก…”
“ไม่ ฉันไม่อยาก”
เสิ่นจี้ส่งเสียง “อ้อ” อย่างผิดหวัง
ไป๋เหยาคิดในใจว่า การที่หัวใจของเธออยู่กับเขานี่ไม่สะดวกเอาเสียเลย เขารับรู้ความรู้สึกของเธอได้ทั้งหมด และวันนี้เธอก็เหมือนถูกผีเข้า ถึงได้ยอมกลิ้งเกลือกอยู่กับเขาตรงนี้
