ประตูที่ปิดสนิทถูกถีบเปิดออกกะทันหัน เจ้าของโรงแรมตระกูลชูที่อยู่หลังเคาน์เตอร์เดาได้ทันทีว่าคนที่มาคือใคร เขายกมือขึ้นกุมหน้าผาก ปวดหัวเสียจริง ประตูต้องซ่อมอีกแล้ว
เสวียเหยียนอุ้มคนในอ้อมแขนเดินออกมาจากความมืดพร้อมไอเย็นยะเยือก เขามีสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาที่กลายเป็นรูม่านตาแนวตั้งฉายประกายเย็นเยียบ “เหยาเหยาฝันร้าย ฉันเลยพาเธอออกมา”
——
ทั้งที่เป็นเวลากลางคืน แต่ไป๋เหยากลับมองเห็นแสงสว่าง
เธอลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ พอสายตาค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นจึงรู้ว่าสิ่งที่เห็นคือเพดานสีขาว ที่นี่เป็นห้องที่ไม่คุ้นเคย เธอลองลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าขยับตัวไม่ได้
ตอนนี้ไป๋เหยาขยับได้เพียงดวงตา เธอมองเห็นอุปกรณ์สารพัดชนิดที่วางอยู่ในห้อง ซึ่งเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรียกว่าอะไร อีกทั้งผนังทั้งด้านยังเป็นกระจก ด้านนอกมีกลุ่มคนสวมชุดกาวน์ขาวยืนอยู่ ทั้งชายและหญิง สีหน้าตื่นเต้นเจือความคลุ้มคลั่งที่ยากจะบรรยาย
ชายคนหนึ่งพูดอย่างตื่นเต้นว่า “เขาเป็นตัวทดลองตัวแรกที่รอดชีวิต! ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่าการใส่ยีนของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นลงไปในยีนเพาะเลี้ยงของเขาไม่ได้มีแต่ผลล้มเหลวเท่านั้น!”
หญิงคนหนึ่งยังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง “แต่เรายังยืนยันไม่ได้ว่าหลังจากยีนในร่างกายของเขาจัดเรียงใหม่แล้ว จะเกิดปฏิกิริยาต่อต้านหรือไม่ จากข้อมูลการทดลองก่อนหน้านี้ อายุขัยของเขาน่าจะอยู่ได้แค่สามปี”
ชายคนแรกกลับพูดอย่างตื่นเต้น “เขามีปฏิกิริยาการกลายพันธุ์ที่ชัดเจนแล้ว แต่ตอนนี้การทำงานของร่างกายยังไม่มีแนวโน้มเสื่อมถอย เราควรตั้งตารอปาฏิหาริย์ด้วยใจที่มองโลกในแง่ดี ใช่แล้ว เขาจะต้องเป็นปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเราแน่นอน!”
มีอีกคนพูดขึ้นว่า “เอาละ เราควรคิดกันได้แล้วว่าขั้นตอนการทดลองต่อไปจะทำอย่างไร ให้เขาเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระหนึ่งชั่วโมงก่อน ระหว่างนี้เราไปแบ่งปันข่าวดีนี้กับนักลงทุนกันเถอะ”
